เจาะลึกเส้นทาง การลงทุนของ Giancarlo Devasini

การลงทุนของ Giancarlo Devasini

การลงทุนของ Giancarlo Devasini  เป็นการใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงแบบดุดัน จากอดีตศัลยแพทย์ผู้ผันตัวมาทำธุรกิจฮาร์ดแวร์ สู่การเป็น “มันสมอง” ผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักร Bitfinex และ Tether ที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อสภาพคล่อง ในโลก Cryptocurrency ปัจจุบัน

  • Giancarlo Devasini คือใคร?
  • อาชีพเริ่มต้นก่อนเป็นเจ้าพ่อ Stablecoin คืออะไร?
  • กลยุทธ์การลงทุนของ Giancarlo Devasini

Giancarlo Devasini คือใคร?

การลงทุนของ Giancarlo Devasini

Giancarlo Devasini คือ อดีตศัลยแพทย์ผู้ผันตัวเข้าสู่โลกไอทีจนกลายเป็น “คีย์แมน” และผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักร Bitfinex และ Tether ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสภาพคล่องมหาศาล ให้กับตลาดคริปโตผ่านเหรียญ Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง USDT

ความเป็นมาของ Giancarlo Devasini

Giancarlo Devasini นักธุรกิจชาวอิตาลี และอดีตแพทย์ เกิดในปี 1964 ที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลี ในตอนนี้เขาได้เข้าดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ของ Bitfinex และยังเป็นเจ้าของร่วม Tether บริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน เขาสำเร็จการศึกษาด้าน แพทยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมิลาน ในปี 1990 (23 เมษายน 2026) [1]

  • ข้อมูลการจัดอันดับโดย Forbes เขาได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 23 ของโลก และเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในอิตาลี โดยมูลค่าสุทธิของเขาอยู่ที่ประมาณ 89.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนเมษายน 2569 (10 มีนาคม 2026 ) [2]
  • มีรายงานว่าเขาถือหุ้นประมาณ 45% ใน Tether ซึ่ง Tether Limited นั้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน ที่ให้บริการออกเหรียญ Stablecoin Tether (USDT) ซึ่ง Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหากพิจารณาจากมูลค่าของตลาด ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 ซึ่งบริษัทนี้เป็นผู้บุกเบิกแนวคิดของสกุลเงินดิจิทัล โดยได้รับการสนับสนุนจาก สกุลเงินทั่วไป โดยได้มีการตรึงมูลค่าไว้ที่ 1:1 กับสกุลเงินแบบดั้งเดิม ต่อมา USDT ได้กลายเป็นแหล่งสภาพคล่อง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญในตลาดสกุลเงินดิจิทัล และมีโทเค็นหมุนเวียนมากกว่า 170 พันล้านเหรียญสหรัฐ (22 มีนาคม 2026) [3]
  • การมีส่วนร่วมใน Bitfinex และสกุลเงินดิจิทัล เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการก่อตั้งแพลตฟอร์ม Bitfinex ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน Bitcoin แบบ peer-to-peer โดยต่อมาได้เพิ่มการรองรับสกุลเงินดิจิทัลรูปแบบอื่น ๆ ทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่สองของโลก หากพิจารณาจากจำนวน Bitcoin ที่ถือครองอยู่ในกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งคาดว่าอาจมีจำนวนอยู่ที่ประมาณ 403,000 เหรียญ และมีผู้ใช้งานกว่า 1.6 ล้านคน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia

อาชีพเริ่มต้นก่อนเป็นเจ้าพ่อ Stablecoin คืออะไร?

Giancarlo Devasini ได้เริ่มทำงานเป็นศัลยแพทย์ตกแต่ง ที่ทำหน้าที่ในการผ่าตัดศัลยกรรมพลาสติก ต่อมาเขาได้เกษียณจากวงการแพทย์ หลังจากที่ทำงานได้สองปี และเริ่มหันมาทำงานในอุตสาหกรรมไอที โดยเขาได้เริ่มก่อตั้งบริษัทหลายแห่ง ที่มีความเชี่ยวชาญ

ด้านการจำหน่ายเกี่ยวกับชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ทั้งยังได้ก่อตั้งบริษัทจัดส่งอาหารที่ชื่อว่า Delitzia แต่แล้วในปี 1995 เขาถูกกล่าวหาว่า ละเมิดลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์โดย Microsoft เขาได้ตกลงที่จ่ายเงินค่าปรับหนึ่งล้านลีราอิตาลี เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีและดำเนินธุรกิจต่อไป แต่ทว่าต่อมาบริษัทหลาย ๆ แห่ง

ของเขาก็ล้มละลาย ในปี 2012 เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมกับ Bitfinex แต่เมื่อบริษัท Bitfinex ประสบปัญหาการเงินในปี 2018 และได้ใช้เงินสำรองจาก Tether เพื่อพยุง Bitfinex เดินต่อไปได้และเขาก็ได้ยุติคดีความด้วยการจ่ายค่าปรับ 18.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การปันผลกำไรของ Tethe

ในปี 2026 Tethe ได้มีการอธิบายว่าบริษัทนั้นมีกำไรสูงมาก ซึ่งมีการจ่ายเงินปันผล 10.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 นอกจากนี้ เหรียญ Stablecoin USDT ยังมีมูลค่าสูงถึง 184 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งยังครองตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกกับดอลลาร์อีกด้วย

กลยุทธ์การลงทุนของ Giancarlo Devasini

การลงทุนของ Giancarlo Devasini

เน้นการทำกำไรจากความโกลาหล ด้วยการใช้ USDT เป็นเครื่องมือ เพื่อดูดซับสภาพคล่องในช่วงวิกฤต ในการเปลี่ยนความต้องการ ที่พักเงินของนักลงทุนให้กลายเป็นผลตอบแทน จากส่วนต่างราคาและดอกเบี้ยเงินสำรองอย่างมหาศาล

Giancarlo Devasini ลงทุนในอะไรบ้าง?

  • เขาเริ่มลงทุนใน Bitcoin ตั้งแต่ยุคแรก ๆ และเข้ามาร่วมกอบกู้ Bitfinex หลังจากการก่อตั้งไม่นาน โดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล สร้างระบบนิเวศการเทรด
  • การเปิดตัว Tether (USDT) โดยมีเขาเป็นผู้วางโครงสร้างการสำรองสินทรัพย์ (Reserves) ซึ่งปัจจุบัน Tether มีการถือครองตั๋วเงินคลังสหรัฐ (U.S. Treasury Bills) สูงกว่า 90,000 ล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ ปี 2024) ทำกำไรสุทธิเฉพาะไตรมาสเดียวได้สูงถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์
  • เขาขยายพอร์ตการลงทุน ไปยังกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานสะอาด, การขุด Bitcoin (Mining) ในเอลซัลวาดอร์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง

ลงทุนจนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรม Crypto

เหตุผลที่เขาถูกขนานนามว่า เป็นผู้ทรงอิทธิพลสูงสุด เนื่องจาก Tether (USDT) เป็น “สภาพคล่องหลัก” ของโลกคริปโต ด้วยปริมาณการซื้อขายรายวัน (Trading Volume) ที่บางครั้งพุ่งสูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ การตัดสินใจของ Devasini ในการบริหารทุนสำรองส่งผลโดยตรง ต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก หาก Tether สั่นคลอน ตลาดคริปโตทั้งระบบอาจเผชิญกับภาวะชะงักงันทันที

บทสรุป การลงทุนของ Giancarlo Devasini

การลงทุนของเขา คือการใช้กลยุทธ์สร้างกำไร จากความผันผวนผ่าน USDT ทำให้จากอดีตศัลยแพทย์ ก้าวสู่มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของอิตาลี กลายเป็นผู้กุมบังเหียน Tether และ Bitfinex ทั้งยังเป็นผู้ควบคุม สภาพคล่องและทิศทาง ของโลก Cryptocurrency ในปัจจุบัน

สไตล์ของเขาเหมาะกับสภาวะตลาดแบบไหน?

กลยุทธ์หรือสไตล์การลงทุนของเขาจะโดดเด่นที่สุด ในสภาวะตลาดที่เกิดความตื่นตระหนก และผันผวนรุนแรง เพราะเป็นช่วงที่นักลงทุน แห่เปลี่ยนสินทรัพย์เป็น USDT ส่งผลให้เขาสามารถทำกำไร จากส่วนต่างราคาและดอกเบี้ย ของเงินสำรองมหาศาลได้ดีที่สุด

ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดคริปโตอย่างไร?

ผลกระทบในด้านบวก คือการสร้าง “ดอลลาร์ดิจิทัล” ที่ทำให้การทำธุรกรรมข้ามโลก เกิดขึ้นได้ในหลักวินาที แต่ในด้านลบ ความคลุมเครือ ของสินทรัพย์ค้ำประกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (ก่อนการเปิดเผยสถิติล่าสุด) เคยสร้างความตื่นตระหนก (FUD) จนทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรง เมื่อมีข่าวลือเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของ Tether

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง