
เจาะลึกกลยุทธ์ การลงทุนของ Jeff Yass
- Blackcat
- 1 views

การลงทุนของ Jeff Yass กลยุทธ์ของ Jeff Yass และ Susquehanna เน้นการใช้ คณิตศาสตร์ความน่าจะเป็น และ Game Theory เพื่อหาช่องว่างราคาที่ผิดเพี้ยน แล้วทำกำไรด้วยความเร็วสูงแบบนักโป๊กเกอร์

Jeff Yass (เจฟฟ์ ยาสส์) คือ “นักคณิตศาสตร์ผู้พิชิตตลาด” ผู้ร่วมก่อตั้ง Susquehanna International Group (SIG) บริษัทเทรดดิงส่วนตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากจุดเริ่มต้นในฐานะนักเล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพ เขาสามารถเปลี่ยนหลักการคำนวณแต้มบนโต๊ะพนัน ให้กลายเป็นอาณาจักรการเงินที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจระดับโลก
Jeffrey Steven Yass นักธุรกิจและมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เกิดในเดือนกรกฎาคม 1958 ที่ควีนส์ ในนครนิวยอร์ก เขาเข้ารับการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ จาก Binghamton University และศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาด้าน Economics
ใน New York University (NYU) ในช่วงทศวรรษ 1970 ขณะที่กำลังศึกษาอยู่ที่ Binghamton University เขาและเพื่อน 5 คนได้ร่วมกันก่อตั้ง Susquehanna International Group (SIG) ในช่วงปี 1987 นอกจากนี้เขายังเป็นนักพนันมืออาชีพ และได้รับเงินรางวัลมากมายจากการเล่นโป๊กเกอร์และการพนันม้า
Susquehanna International Group
Susquehanna International Group ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 1987 โดยผู้ประกอบการ 6 คน เป็นบริษัทการค้าและเทคโนโลยีระดับโลก ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่บริษัทในเครือหลายแห่ง มีความเชี่ยวชาญ ในด้านการลงทุนและซื้อขายส่วนตัวในหุ้นตราสารหนี้พลังงาน,
ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์, การลงทุนในบริษัทเอกชน, เงินทุนร่วมลงทุนตลาด, การวิจัย, การคาดการณ์ รวมถึงการซื้อขายของลูกค้าและการขายให้กับสถาบัน บริษัทมีพนักงานมากกว่า 3,000 คนในทุกสำนักงาน ทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย (27 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
ข้อมูลที่รายงานโดย Forbes
ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 เขามีมูลค่าสุทธิ 65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 27.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 25 ของโลก และบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเพนซิลเวเนีย
ที่มา: Jeff Yass (24 เมษายน 2026) [2]
เหตุผลที่ Jeff Yass ให้ความสำคัญกับ คณิตศาสตร์ความน่าจะเป็น มากกว่า สัญชาตญาณ เพราะเขามองว่า “สัญชาตญาณ คือกับดักของอคติทางจิตวิทยา” ที่มักจะทำให้มนุษย์ตัดสินใจผิดพลาด เมื่อเผชิญกับความผันผวน โดยเขายึดถือหลักการสำคัญดังนี้

การตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดในชีวิตของเขาเกิดขึ้นในช่วงปี 2012 เมื่อ SIG ตัดสินใจลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัปเล็ก ๆ สัญชาติจีนที่ชื่อ ByteDance ของ Zhang Yiming ซึ่งตอนนั้นยังมีพนักงานเพียงไม่กี่คน
Jeff Yass มองเห็น “อัลกอริทึม” ที่ฉลาดล้ำหน้าคู่แข่ง เขาเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รายบุคคลคือทองคำดิจิทัล ซึ่งในปี 2012 SIG ลงทุนเป็นกลุ่มแรก ๆ ใน ByteDance โดยการลงทุน 5 ล้านดอลลาร์ โดย ByteDance นั้นเป็นบริษัทแม่ของ TikTok
ก่อตั้งขึ้นวันที่ 13 มีนาคม 2555 โดย Zhang Yiming และ Liang Rubo ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาแอปแชร์วิดีโอสั้นอย่าง TikTok / Douyin ซึ่งทำรายได้มหาศาล (16 เมษายน 2026) [3] โดยสัดส่วนการถือหุ้นนั้นอยู่ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ของตารางทุนที่เจือจางเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีมูลค่าตามบัญชีมากกว่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ TikTok เผชิญกับกระแสต่อต้าน และกฎหมายแบนในสหรัฐอเมริกา Jeff Yass ได้ใช้ “กระเป๋าเงิน” ของเขาเพื่อรักษาผลประโยชน์ โดยในปี 2024-2025 เขากลายเป็นหนึ่งในผู้บริจาครายใหญ่ที่สุด ของพรรครีพับลิกัน โดยทุ่มเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ในช่วงรอบการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา
และมีรายงานว่าพบการบริจาคเงินจำนวน 16 ล้านดอลลาร์ ให้กับกลุ่ม MAGA Inc. ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนท่าที ของนักการเมืองระดับสูงต่อการแบน TikTok จนนำไปสู่ดีล TikTok USDS ที่ยอมให้บริษัทสหรัฐอเมริกา เข้ามาดูแลข้อมูลร่วมกับ ByteDance แทนการแบนถาวร
การลงทุนของเขาคือ การใช้คณิตศาสตร์ความน่าจะเป็น และทักษะโป๊กเกอร์สร้างอาณาจักร SIG โดยทำกำไรมหาศาล จากการถือหุ้น ByteDance (TikTok) 15% พร้อมทุ่มงบการเมืองหลักร้อยล้านดอลลาร์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจ และรักษาความมั่งคั่งระดับโลกของเขาให้มั่นคง
ความมั่งคั่งของเขา คือผลลัพธ์จากการผสานกำไรที่สม่ำเสมอ ของระบบ Market Making เข้ากับผลตอบแทนมหาศาล จากการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน ByteDance
Jeff Yass มีแนวโน้มกระจายความเสี่ยง โดยการปรับโครงสร้างพันธมิตรใน ByteDance ควบคู่ไปกับการหมุนเวียนกำไรสู่ธุรกิจ AI และพลังงานสะอาด เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

