
ดิสโก้ เอลิเซียม น่าเล่นไหม รูปแบบการเล่นเป็นอย่างไรไปดูกัน
- Blackcat
- 16 views

ดิสโก้ เอลิเซียม น่าเล่นไหม ต้องบอกก่อนว่าเกมนี้ มีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเนื้อเรื่อง รูปแบบการเล่น อิทธิพลและแรงบันดาลใจ โดยรายละเอียดจะมีดังนี้

เกมนี้จะเป็น เกมแนวสวมบทบาทที่มาพร้อมกับ ปริศนาลึกลับ และเรื่องราวที่เข้มข้น ซึ่งเกมนี้จะมีการผสมผสานกับแนว ไอโซเมตริกและเกมอาร์เคดด้วย
เกมนี้ได้รับการพัฒนา และจัดจำหน่ายออกมาในปี 2019 ซึ่งได้รับการเขียน และออกแบบโดย Robert Kurvitz ซึ่งเป็นนักเขียนนิยายชาวเอสโตเนีย และอำนวยการสร้างโดย Kaur Kender ซึ่งเอกลักษณ์เด่น ๆ เลยคือภาพที่อิงจากภาพวาดสีน้ำมัน ตัวเกมได้รับการวางจำหน่ายสำหรับ Windows
ในช่วงเดือน ตุลาคม 2019 macOS ในเดือน เมษายน 2020 ก่อนจะมีการขยายไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น PlayStation 4, PlayStation 5, Stadia, Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X/S และ Android
ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่มา: Disco Elysium (19 มกราคม 2026) [1]
ความรู้เพิ่มเติม
Estonia (เอสโตเนีย) มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐเอสโตเนีย เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใน ภูมิภาคบอลติก ของยุโรปเหนือ ซึ่งมีพรมแดนทางเหนือติดกับอ่าวฟินแลนด์ ตามประวัติศาสตร์พบว่า มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่ 13,000–11,000 ปีก่อน ในปัจจุบันมีประชากรอยู่ที่ประมาณ 1,362,954 คน (16 มกราคม 2026) [2]
ระบบเกมที่รองรับเป็นอย่างไร?
ที่มา: ดิสโก้ เอลิเซียม – ฉบับตัดต่อขั้นสุดท้าย (2026) [3]
เรื่องย่อพร้อมตัวละครในเกม
เกมนี้จะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในโลกแฟนตาซีที่มีความสมจริงของ Elysium ซึ่งอยู่ในช่วงของปีที่ 51 ของ ศตวรรษปัจจุบัน Elysium มีส่วนประกอบของ isolas ซึ่งเป็นมวลของแผ่นดินและทะเลที่แยกออกจากกันด้วย Pale สิ่งลึกลับที่คล้ายกับหมอก และผู้เล่นนั้นก็ตื่นขึ้นในห้องพักที่รกไปหมด
โดยห้องพักนี้อยู่ในเมือง มาร์ตินาอิส พร้อมกับอาการเมามาย ทั้งยังจำอะไรไม่ได้เลยเนื่องจาก ภาวะความจำเสื่อมขั้นรุนแรง จากการใช้ยาเสพติด หลังจากนั้นเขาก็ได้พบกับ ร้อยโทคิม คิทสึรากิ
ซึ่งแจ้งให้ทราบว่า พวกเขาได้รับคำสั่งให้มาสืบสวนหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นหลังหอพักแห่งนี้ รับชมภาพรวมที่น่าสนใจของเกมได้ที่ Discoelysium

ต่อไปเราจะพาทุกท่านไปรับชมในส่วนของ จุดเด่น ข้อดีพร้อมข้อเสียของเกม และความน่าสนใจของเกมนี้กันอยู่ในระดับไหน หากพร้อมแล้วไปชมกันเลย
ความสนุกของเกมนี้จะอยู่ที่ เรื่องราวและบทสนทนาที่มีความเข้มข้น และค่อนข้างลึกพอสมควร รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะมีการโต้ตอบกันไปมาพร้อมกับมุมมอง ของตัวละครที่แตกต่างกันไป
นอกจากนี้ในภาคของ The Final Cut จะมีเสียงพากย์แบบเต็มรูปแบบอีกด้วย อย่างที่สองคือ โครงสร้างตัวละคร และทักษะต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งตัวละครในเกมจะมีทักษะเฉพาะตัวกว่า 24 แบบ ซึ่งจะทำให้การสนทนาของผู้เล่นนั้น จะมีผลต่อเส้นเรื่องของเกม โดยจะมีระบบ Thought Cabinet
ที่จะส่งผลต่อความคิด และความเชื่อระหว่างการเล่นได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนของสีสันและโลกในเกม ที่ทำให้ตัวละครต่าง ๆ ดูมีชีวิตมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นสังคมชั้นสูง ความเชื่อทางการเมือง กลุ่มคนหลากหลายประเภท เรื่องราวชีวิต เป็นต้น
จุดที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ต่อมาจะเป็นในส่วนของ เสรีภาพในการเลือกคดีต่าง ๆ และผลลัพธ์ เช่น จะโกงเงินหรือไม่ จะยอมรับคดีไหม จะใช้วิธีพูดหว่านล้อมหรือใช้อำนาจอย่างไร ซึ่งทั้งหมดจะมีผลกับตอนจบของเกมด้วย
และท้ายที่สุดคือ โทนเกมที่ต่างจากเกมอื่น ๆ เกมนี้แม้จะเป็นเกม RPG แต่แทบจะไม่มีการต่อสู้ใด ๆ เกิดขึ้นหรือน้อยมากที่จะต้องต่อสู้ ซึ่งต่างจากเกมอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง
สำหรับข้อดีของเกมนี้ก็เช่น ตัวเลือกเยอะเล่นได้หลายแนว ตรงใจสายเกมวรรณกรรมไขคดี ความมีเสน่ห์ของตัวละครในเกม และการตัดสินต่าง ๆ ล้วนส่งผลต่อเนื้อเรื่องอย่างจริงจัง
ส่วนข้อเสียนั้น สำหรับคนที่ชอบเกมแอ็กชันจ๋าเลย อาจจะไม่ถูกใจสิ่งนี้ และค่อนข้างเน้นหนักไปที่เนื้อเรื่อง ระบบบางอย่างอาจจะต้องใช้ดวงเข้าช่วย และไม่เหมาะกับผู้เล่น ที่ไม่ชอบอ่านเนื้อเรื่องยืดเยื้อ
เรามองว่าความสนุกนั้น จะขึ้นอยู่ความชอบของผู้เล่น หากเป็นสายเกมต่อสู้หนัก ๆ ไม่เน้นเนื้อเรื่องอาจจะไม่ค่อยชอบเกมนี้ เพราะเรื่องราวค่อนข้างจะเข้มข้น
จุดเด่นของเกม จะอยู่ที่การเล่าเรื่องเป็นหลัก ตัวละครแต่ละตัวดูมีชีวิตจริง เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง ซึ่งทุกการตัดสินใจ แม้จะเล็กน้อยแต่มีผลกับตอนจบเสมอ
ตัวเกมค่อนข้างเน้นหนักไปที่เนื้อเรื่อง เพราะฉะนั้นอาจจะไม่เหมาะกับผู้เล่นที่ไม่ชอบเรื่องราวยาว ๆ อ่านเยอะ ๆ เป็นต้น ก่อนจะเล่นหรือซื้อควรศึกษารีวิวให้ดีก่อน

