เปิดบทบาทของ ตำรวจไซเบอร์ ทำหน้าที่อะไร บนโลกดิจิทัล

ตำรวจไซเบอร์ ทำหน้าที่อะไร

ตำรวจไซเบอร์ ทำหน้าที่อะไร ตำรวจไซเบอร์ เป็นหน่วยงานพิเศษ ที่จัดขึ้นเพื่อรับมือและปราบปรามคดีอาชญากรรม ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล โลกออนไลน์และอินเทอร์เน็ต

  • ตำรวจไซเบอร์คืออะไร?
  • ทำหน้าที่อะไรในโลกออนไลน์?
  • เบื้องหลังการทำงานของตำรวจไซเบอร์

ตำรวจไซเบอร์คืออะไร?

ตำรวจไซเบอร์ ทำหน้าที่อะไร

ตำรวจไซเบอร์ เป็นหน่วยงานเฉพาะทาง ซึ่งอยู่ในสังกัดของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563 เพื่อรับมือกับอาชญากรรม ที่เกิดขึ้นทางเทคโนโลยี และโลกออนไลน์ ดังนี้

ทำหน้าที่อะไรในโลกออนไลน์?

หน้าที่หลัก ๆ ของตำรวจไซเบอร์นั้น จะประกอบด้วย การสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัล การฉ้อโกงออนไลน์ การแฮกข้อมูลเครือข่ายองค์กร หรือข้อมูลส่วนบุคคล การล่อลวงผ่านช่องทางออนไลน์

การโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ ในการเฝ้าระวังภัยคุกคาม จากไวรัสหรือมัลแวร์ประเภทต่าง ๆ การเจาะข้อมูลของหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งในและนอกประเทศเช่น Europol, INTERPOLและ FBI

หน้าที่อื่น ๆ เพิ่มเติม

  • วิเคราะห์และตรวจสอบหลักฐานดิจิทัล โดยการกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบ และตรวจสอบพฤติกรรม ของผู้กระทำผิดผ่านระบบข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data
  • ป้องกันการละเมิดสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และการแบล็กเมลออนไลน์ เป็นต้น
  • ให้ความรู้แก่ประชาชน เช่น จัดการอบรมและให้คำแนะนำ เกี่ยวกับภัยคุกคามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ พร้อมกับวิธีป้องกันข้อมูลด้วย

ที่มา: ตำรวจไซเบอร์มีหน้าที่อะไร ช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างไร (27 สิงหาคม 2025) [1]

ตำรวจไซเบอร์รับผิดชอบคดีแบบไหน?

  • คดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่มีมูลค่า และมีความเสียหายตั้ง 30 ล้านบาทขึ้นไป
  • คดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่มีจำนวนผู้เสียหาย รวมกันตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป
  • คดีที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
  • คดีเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย ที่มากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป และจำนวนผู้เสียหาย 10 คนขึ้นไป
  • คดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายในการป้องกัน และปราบปรามเป็นพิเศษ
  • คดีที่ส่งต่อความเสียหายร้ายแรง ต่อระบบคอมพิวเตอร์ หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีประโยชน์สาธารณะ

หากเป็นคดีอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน เช่น อาชญากรรมที่ผู้กระทำผิด ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ไซเบอร์ จะเป็นผู้คอยช่วยเหลือ และให้ข้อมูลที่ต้องสืบค้นทางเทคโนโลยี

ตัวอย่างคดีที่ผ่านมาของตำรวจไซเบอร์

อาชญากรรม Rug Pull คริปโทข้ามชาติ เหตุการณ์ของ Rug Pull เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 เมษายน 2021 โดยมีการส่งข้อความแจ้งเตือนกลุ่มลูกค้าโดย Ameer Cajee ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO)

โดยแจ้งว่าจำเป็นต้องระงับการทำงาน ของแพลตฟอร์ม เนื่องจากระบบเซิร์ฟเวอร์ถูกแฮ็ก และความเสียหายเบื้องต้นถูกประเมินไว้สูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 69,000 บิตคอยน์ในช่วงเวลานั้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pptvhd36

เบื้องหลังการทำงานของตำรวจไซเบอร์

ตำรวจไซเบอร์ ทำหน้าที่อะไร

ตำรวจไซเบอร์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่จับคนร้ายเท่านั้น แต่ยังมีกระบวนการที่ซับซ้อน เช่น การวางแผนสืบสวน วิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัล และร่วมมือกับหน่วยงานหลายฝ่าย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้การปราบปรามมีผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น

ช่วยหยุดความเสียหายได้อย่างไร?

ในการช่วยหยุดความเสียหาย หนักจากภัยออนไลน์ ทางเจ้าพนักงานจะมีวิธีในการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงดังนี้

  • การตรวจจับพฤติกรรม ที่เข้าข่ายสร้างความเสี่ยง เช่น การโจมตีระบบ หรือ IDS (Intrusion detection system) สามารถจำแนกประเภทได้ดังนี้ ระบบป้องกันการบุกรุกบนเครือข่าย (Network-based intrusion prevention system: NIPS), ระบบป้องกันการบุกรุกแบบไร้สาย (Wireless intrusion prevention system: WIPS), การวิเคราะห์พฤติกรรมเครือข่าย (Network Behavior Analysis: NBA), ระบบป้องกันการบุกรุกแบบติดตั้งบนโฮสต์ (Host-based intrusion prevention system: HIPS) โดยมีวิธีการตรวจจับจะมีดังนี้ การตรวจจับตามลายเซ็น, การตรวจจับความผิดปกติทางสถิติ และ การตรวจจับการวิเคราะห์ โปรโตคอลแบบมีสถานะ (23 มีนาคม 2026) [2]
  • การขอหมายศาล สำหรับการเข้าถึงข้อมูลทางดิจิทัล เช่น ข้อมูลคอมพิวเตอร์, ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ จากผู้ให้บริการระบบคลาวด์หรืออินเทอร์เน็ต
  • วิเคราะห์เส้นทางธุรกรรมทางการเงิน จะเป็นการรวบรวมหลักฐาน และตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ของการเงินที่ผิดกฎหมาย
  • ประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นและปิดเส้นทาง ของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

วิธีเหล่านี้จะสามารถจำกัดการขยายตัว ของอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้หลายระดับ ก่อนที่จะเกิดความเสียหายหนักของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

เทคโนโลยีที่องค์กรควรนำมาใช้งาน

  • Next-Generation Firewall (NGFW) และ Firewall ซึ่งตัว ไฟร์วอลล์ จะเปรียบเสมือนกำแพงป้องกันด่านแรก ของระบบเครือข่าย และมีการพัฒนา Next-Generation Firewall ที่มีความสามารถขั้นสูงในการตรวจจับ และป้องกันภัยคุกคามที่ซับซ้อน
  • EDR (Endpoint Detection & Response) ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัย ที่จะช่วยตรวจจับและป้องกันภัยคุกคาม ที่โจมตีอุปกรณ์ปลายทางของเครือข่าย (6 พฤษภาคม 2023) [3] ซึ่งมีรายงานจาก Endpoint Detection and Response – Global Market Outlook ระบุว่าการนำ Solution EDR บนคลาวด์และแบบติดตั้งในองค์กร มาใช้มีมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และในปี 2034 อาจจะมีการเติบโตถึง 50.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ MDR (Managed Detection & Response) เป็นบริการจากผู้เชี่ยวชาญที่คอยตรวจสอบ และตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบ 24 ชั่วโมง
  • Secure Web Gateway (SWG) จะเป็นตัวที่ทำหน้าที่คัดกรอง ป้องกันผู้ใช้งานไม่ให้เข้าถึงเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง
  • Data Loss Prevention เทคโนโลยีที่จะช่วยป้องกัน การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ ทั้งในรูปแบบที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใช้งาน หรือ พนักงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการควบคุม การรับ-ส่งข้อมูลในองค์กรด้วย

บทสรุป ตำรวจไซเบอร์ ทำหน้าที่อะไร

ตำรวจไซเบอร์ ทำหน้าที่อะไร ตำรวจไซเบอร์จะมีหน้าที่ ในการตรวจสอบคดีออนไลน์ การวิเคราะห์หลักฐานดิจิทัล การป้องกันภัยคุกคาม นอกจากนี้ยังมีการแนะนำ และถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชนด้วย

ตำรวจไซเบอร์ดูแลคดีอะไรบ้าง?

ตัวอย่างคดีที่รับผิดชอบ ก็เช่น การโจรกรรมข้อมูล (Hacking), คดีข้ามพรมแดนที่ต้องใช้ทรัพยากรเทคนิคพิเศษ, การแฮกธุรกรรมทางการเงินและข้อมูลส่วนตัว, การหลอกลวงออนไลน์ (Phishing, Scams), มัลแวร์และ Ransomware

ตำรวจไซเบอร์ต่างจากตำรวจทั่วไปยังไง?

ความต่างของตำรวจไซเบอร์ ต่างจากตำรวจทั่วไป คือ ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งต้องมีความรู้ด้าน Digital Forensics, การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการสืบสวนคดีที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีความต่างจากตำรวจทั่วไป ที่เน้นการสืบสวนสอบ ไปในทางกายภาพ และหลักฐานเชิงปกติ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง