
ไขข้อสงสัย ถ้าน้ำมันขาดจริง ควรเตรียมตัวยังไง ?
- ไข่น้อย
- 5 views

ถ้าน้ำมันขาดจริง ควรเตรียมตัวยังไง สิ่งที่ควรทำ คือวางแผนการเดินทางให้รัดกุม ควบคู่ไปกับการหมั่นเช็กสภาพรถ และลมยางให้พร้อมใช้งาน เพื่อที่จะทำให้มันประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด หรืออาจจะเปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะ ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่ช่วยให้สามารถเดินทางได้ หากน้ำมันขาดจริง พร้อมกับสำรองของใช้จำเป็นในครัวเรือนไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความถี่ในการเดินทาง
บ่อน้ำมันที่เก่าแก่ที่สุด เริ่มต้นในประเทศจีน เมื่อปี 347 ซึ่งขุดโดยใช้หัวเจาะที่ติดอยู่กับเสาไม้ไผ่ ซึ่งมันชื่อมต่อบ่อน้ำมัน กับบ่อน้ำพุเกลือ ทำให้น้ำมันถูกเผา และบางแหล่งข้อมูล ก็มีการอ้างว่า มีการขุดค้นแหล่งน้ำมัน บริเวณรอบเมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 แต่ได้รับการบรรยายถึงผลผลิตจากบ่อน้ำมันในศตวรรษที่ 13 ที่บรรยายโดยมาร์โค โปโล
เพราะมาร์โค โปโล ได้เดินทางไปเยือนบากู ในปี 1264 และเขาได้เห็นการเก็บน้ำมัน จึงมีการบันทึกเอาไว้ว่า มีบ่อน้ำมันที่พุ่งออกมามากมาย อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 1846 เมืองบากูได้ขุดบ่อน้ำมันเป็นครั้งแรก โดยใช้เครื่องมือเจาะกระแทกที่ความลึก 21 เมตร เพื่อสำรวจน้ำมันในปี 1846 – 1848 ส่วนผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมบ่อน้ำมันสมัยใหม่แห่งแรก เริ่มต้นในปี 1854 ซึ่งอยู่ในประเทศโปแลนด์ [1]
น้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ ทำมาจากปิโตรเลียม ที่เกิดจากการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์ จนแปรสภาพกลายเป็น สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ในรูปของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ที่สะสมตัวอยู่ตามช่องว่าง รอยแยก และรูพรุนของชั้นหิน และก่อนที่จะนำปิโตรเลียมไปใช้ประโยชน์ ต้องผ่านกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ปิโตรเลียมที่มีคุณสมบัติ ตรงตามความต้องการ
จากนั้นก็จะมีการนำไปแยก เพื่อแปรสภาพให้เป็นผลิตภัณฑ์ โดยผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ก็จะมีอยู่สองอย่าง หลังจากผ่านกระบวนการผลิตแล้ว ซึ่งได้แก่ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันดิบ ที่จะทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นน้ำมันก๊าด ยางมะตอย ส่วนผสมของสีทาบ้าน และน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ ก็ทำมาจากน้ำมันดิบเช่นกัน (13 กันยายน 2021) [2]
จากคำถาม ความเร็วเท่าไหร่ กินน้ำมันน้อยที่สุด คำตอบคือ ความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะเป็นความเร็วที่แรงต้านอากาศเหมาะสม ทำให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แต่หากจะทำให้ประหยัดที่สุด ผู้ใช้รถจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับรถเอาไว้บ้าง เพื่อที่จะรักษารอบเครื่องยนต์ให้คงที่ ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญในการใช้น้ำมันให้คุ้มค่า เพราะช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ที่สุด
นอกจากนี้ การบรรทุกสัมภาระที่ไม่จำเป็น ก็ส่งผลโดยตรงต่อการกินน้ำมัน เพราะเครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อลากน้ำหนักส่วนเกิน รวมถึงการตรวจสอบลมยางด้วย เพราะหากลมยางอ่อนเกินไป จะเกิดแรงเสียดทานระหว่างล้อกับถนนมากขึ้น ทำให้รถต้องใช้กำลังส่งมหาศาล และที่สำคัญ การใช้เกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็วรถ อย่าใช้รอบที่สูงเกินความจำเป็น

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับรถยนต์ จะมีน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ที่มีความแตกต่างกัน เพราะน้ำมันเบนซิน เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนที่เบาที่สุด จากการกลั่นน้ำมันดิบ จากนั้นจึงมีการปรับปรุงคุณภาพ เพื่อเพิ่มค่าออกเทนในน้ำมัน แถมน้ำมันเบนซิน ยังมีการแยกย่อยไปอีกสองประเภท ได้แก่น้ำมันเบนซินรถยนต์ และน้ำมันเบนซินอากาศยาน ซึ่งแตกต่างกันตรงที่ น้ำมันอากาศยานมีค่าออกเทนสูง
ต่อมาจะเป็นเรื่องของน้ำมันดีเซล คือน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งมี 2 ชนิด คือน้ำมันดีเซลปกติ และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับเครื่องยนต์รอบสูง ซึ่งเป็นน้ำมันที่พบได้ทั่วไปตามสถานีบริการน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันน้ำมันได้รับการปรับปรุง เพื่อช่วยลดการปล่อยมลพิษ อย่างน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ที่ราคาถูกกว่าเล็กน้อย (24 ตุลาคม 2017) [3]
เป็นเรื่องจริง ที่การเปิดแอร์รถให้เหมาะสม จะช่วยประหยัดน้ำมัน ซึ่งจากข้อมูลที่ไปค้นหามา พบว่าอุณหภูมิที่เหมาะสม จะอยู่ที่ 24 – 26 องศาเซลเซียส เพราะหากเกินกว่านี้ คอมเพรสเซอร์จะทำงานหนักขึ้น ซึ่งส่งผลให้รถกินน้ำมันมากขึ้น นอกจากนี้ ก่อนที่จะใช้งานรถยนต์ แนะนำให้ดูก่อนว่า อากาศภายในรถร้อนหรือไม่ ถ้าหากมีความร้อน จะต้องไล่ความร้อนก่อน แล้วค่อยเปิดแอร์
เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์ จะไม่ต้องทำงานหนักจนกินน้ำมันไปด้วย ส่วนการระบายความร้อนออกจากรถ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดกระจก หรือการเปิด และปิดประตูรถซ้ำ ๆ เพื่อผลักดันอากาศร้อนออกไป ก็จะช่วยลดอุณหภูมิร้อนสะสมได้เร็วขึ้น อีกทั้งควรหมั่นตรวจสอบ และทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแอร์ รวมถึงการล้างตู้แอร์ตามระยะที่กำหนด เพื่อป้องกันการอุดตัน
การที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจโลก โดยเริ่มจากการทำให้ต้นทุนการผลิต และค่าขนส่งสินค้าทุกประเภทเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผลักดันให้ราคาสินค้าแพงขึ้นตามไปด้วย และเมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้บริโภคก็จับจ่ายใช้สอยลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวม มีการชะลอตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และก็อาจจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ซึ่งมันเป็นการเพิ่มภาระหนี้สิน และลดการลงทุนในภาคธุรกิจ ส่วนประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ก็จะเผชิญกับปัญหาค่าเงินที่อ่อนค่าลง ขณะที่ภาคการบิน และการท่องเที่ยว ซึ่งมีน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ดังนั้น ความผันผวนของราคาน้ำมัน จึงไม่ได้กระทบแค่ผู้ใช้รถ แต่เป็นปัจจัยที่ชี้วัดความมั่นคงทางการเงิน
โดยสรุปแล้ว ถ้าน้ำมันขาดจริง ควรเตรียมตัวยังไง การเตรียมตัวรับมือน้ำมันขาดแคลน ควรเริ่มจากการวางแผนเส้นทางเดินรถ เพื่อรวบรวมธุระหลายอย่างไว้ในทริปเดียว และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่การจราจรติดขัด พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะเรื่องของลมยาง และการรักษารอบเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการประหยัดน้ำมันให้กับรถยนต์สูงสุด
ประเทศไทย มีแหล่งผลิตน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติมาอย่างยาวนาน โดยแหล่งขุดเจาะกระจายตัวอยู่ทั้งบนบก และทะเลซึ่งแหล่ง ที่สำคัญที่สุดตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวไทย ที่เน้นการผลิตก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก แต่ก็มีน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติเหลวออกมาด้วย ส่วนแหล่งน้ำมันบนบกที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุด คือแหล่งสิริกิติ์ในอำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งผลิตน้ำมันดิบคุณภาพดี
พลังงานไฟฟ้า สามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้จริง สำหรับภาคการขนส่ง เนื่องจากกลายเป็นทางเลือกใหม่ เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เป็นกำลังขับเคลื่อน โดยรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมัน และลดการปล่อยก๊าซไอเสีย อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไฟฟ้า แทนน้ำมันอย่างสมบูรณ์นั้น ยังคงมีข้อจำกัดอยู่

