ชวนไขข้อสงสัย ทำไมช่วงหยุดยาว คนเล่นพนันมากขึ้น

ทำไมช่วงหยุดยาว คนเล่นพนันมากขึ้น

ทำไมช่วงหยุดยาว คนเล่นพนันมากขึ้น พฤติกรรมการเสี่ยงโชคในช่วงเทศกาลไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากตัวแปรด้านเวลา สภาพจิตใจ และกลไกการตลาดที่ทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ

  • ปัจจัยที่เปลี่ยนคนเหงาให้กลายเป็นนักเสี่ยงโชค
  • ทำไมความเบื่อในวันหยุดยาวถึงนำไปสู่การเล่นพนัน?
  • การโหยหาความตื่นเต้นในช่วงที่ควรพักผ่อน

ปัจจัยที่เปลี่ยนคนเหงาให้กลายเป็นนักเสี่ยงโชค

ทำไมช่วงหยุดยาว คนเล่นพนันมากขึ้น

ความเหงาทำให้คนแสวงหาความตื่นเต้น เพื่อเติมเต็มช่องว่างในใจ โดยเปลี่ยนความหวังในการถูกรางวัลให้กลายเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ และเป็นกิจกรรม ที่ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์กับสังคมรอบข้าง

ทำไมความเบื่อในวันหยุดยาวถึงนำไปสู่การเล่นพนัน?

การที่วันหยุดยาวและความเบื่อหน่ายนำไปสู่การเล่นพนัน ไม่ใช่แค่เรื่องของความเหงา แต่เป็นกลไกทางจิตวิทยาและเคมีในสมองที่ต้องการการกระตุ้น เมื่อกิจกรรมปกติหยุดชะงักลง

  • Dopamine Deficiency ภาวะสมองขาดสารแห่งความสุข ในวันหยุดยาวของหลาย ๆ คนที่ไม่ได้มีแผนจะไปไหน ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้ออกไปเที่ยว อยู่บ้านหรืออยู่หอแบบเรื่อย ๆ ทำให้สมองขาดการกระตุ้น และส่งผลให้ Dopamine ลดต่ำลง ผลกระทบที่ตามมาคือ ความรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างรุนแรง สมองจึงมองหากิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนรวดเร็วและตื่นเต้นเพื่อดึงระดับ Dopamine ให้สูงขึ้น ซึ่งการพนันเป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์นี้ได้ทันที อาการของภาวะขาดโดพามีน เช่น เกิดความเหนื่อยล้าที่ไร้สาเหตุ ขาดแรงจูงใจและแรงผลักดัน ไม่มีสมาธิ อารมณ์แปรปรวน สิ่งที่เคยชอบกลับกลายเป็นเฉยชา เป็นต้น (23 มีนาคม 2022) [1]
  • พฤติกรรมในช่วงเทศกาลและวันหยุด ผลสำรวจพบว่าในช่วงวันหยุดยาว เช่น คริสต์มาสหรือปีใหม่ ผู้คนมีแนวโน้ม จะใช้จ่ายไปกับการพนันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่า ใช้เงินไปกับการพนันในช่วงวันหยุดมากกว่าช่วงเวลาปกติ ทั้งยังมีความเสี่ยงของภัยการเงิน และมิจฉาชีพที่ใช้ Social Media เข้าถึงคนไทยได้ง่ายขึ้น ดังนี้ Facebook เข้าถึงเหยื่อโดยการหลอกซื้อขายออนไลน์ 72% หลอกหางาน 63% หลอกให้รัก 49% และมีคนไทยราว 13% มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การแชร์ลิงก์พนัน, ดูบอลเถื่อน, Download โดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา, การผูกบัตร/ตัดเงินอัตโนมัติ และอื่น ๆ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นเหมือนชนวนที่เปิดทางให้กับเหล่ามิจฉาชีพ และตกเป็นเหยื่อสูงกว่าคนที่ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ถึง 20% (27 ตุลาคม 2025) [2]
  • งานวิจัยทางวิชาการพบว่าคนที่มีคะแนน Boredom Proneness Scale (BPS) สูง หรือเบื่อง่าย มีความเสี่ยง ที่จะกลายเป็นนักพนันที่มีปัญหามากกว่าคนทั่วไป เพราะพวกเขาไม่ได้พนันเพื่อหาเงินเพียงอย่างเดียว แต่พนันเพื่อ “หนี” จากความว่างเปล่า

อยู่กับเพื่อนแล้วบรรยากาศพาไปจริงหรือ?

อิทธิพลทางสังคม (Social Influence) คือตัวขับเคลื่อนหลัก ข้อมูลจากการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคระบุว่า การอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่เล่นพนันจะเพิ่มโอกาสการตัดสินใจเล่นตามสูงถึงหลายเท่า

เมื่อมีการวางเดิมพันเริ่มต้นเพียงหลักสิบถึงหลักร้อยบาท บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง จะลดทอนความยับยั้งชั่งใจลง ทำให้เงินจำนวนน้อยค่อย ๆ ขยายตัวเป็นความสูญเสียในวงกว้าง

ข้อมูลเพิ่มเติม

อิทธิพลทางสังคม (Social Influence) ในปี 1958 Herbert Kelman นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการระบุเนื้อหาเกี่ยวกับอิทธิพลทางสังคมออกเป็น 3 ประเภทกว้าง ๆ ดังนี้

  • Compliance คือ เมื่อผู้คนแสดงออกมาว่าเห็นด้วยกับผู้อื่น แต่จริง ๆ แล้วเก็บความคิดเห็นของตัวเองไว้เป็นส่วนตัว
  • Identification คือ ปรากฏการณ์ที่ผู้คนได้รับอิทธิพล จากคนที่ตัวเองชื่นชอบ หรือ เคารพ เช่น บุคคลที่มีชื่อเสียงหรือดารานักแสดง
  • Internalization คือ การที่ผู้คนต่างยอมรับพฤติกรรมและความเชื่อ เห็นด้วยทั้งในที่สาธารณะและในที่ส่วนตัว

ที่มา: Social influence (30 มีนาคม 2026) [3]

การโหยหาความตื่นเต้นในช่วงที่ควรพักผ่อน

ทำไมช่วงหยุดยาว คนเล่นพนันมากขึ้น

ความเบื่อหน่ายในช่วงหยุดยาว ทำให้สมองโหยหา โดพามีน มาเติมเต็มช่องว่าง ส่งผลให้ความตื่นเต้น จากการพนัน กลายเป็นเครื่องมือคลายเครียด ที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็วที่สุด

แรงจูงใจที่ทำให้คนยอมเสี่ยงเงินในกระเป๋า

แรงจูงใจที่ทำให้คนยอมเสี่ยงโชค ไม่ใช่เพียงความโลภ แต่เป็นปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ระหว่างกลไกทางสมอง จิตวิทยา และสิ่งแวดล้อม โดยสามารถจำแนกแรงจูงใจเชิงลึกได้ดังนี้

  • การให้รางวัลของสมอง หัวใจสำคัญอยู่ที่สารสื่อประสาทชื่อ Dopamine ซึ่งจะถูกหลั่งออกมาไม่ใช่แค่ตอน “ชนะ” แต่หลั่งออกมาตั้งแต่วินาทีที่ “คาดหวัง” ว่าจะชนะ หรือที่เรียกว่าภาวะ Near-Miss Effect ทำให้ สมองตีความการ “เกือบถูกรางวัล” ว่าเป็นสิ่งเร้าที่มีความหมายใกล้เคียงกับการชนะจริง ทำให้ผู้เล่นเกิดความฮึกเหิมและเดิมพันต่อทันที
  • กับดักทางจิตวิทยาและความเข้าใจผิด นักพนันมักตกอยู่ในภาวะความบกพร่อง ทางพยาธิสภาพของกระบวนการคิด นักพนันเชื่อว่าหากผลลัพธ์ ออกซ้ำแบบเดิมนาน ๆ ตาต่อไปผลลัพธ์จะต้องเปลี่ยน เช่น ออก “แดง” มาแล้ว 5 ครั้ง ตาต่อไปต้องออก “ดำ” แน่นอน ทั้งที่ในความเป็นจริงแต่ละตาต่างก็เกิดอะไรขึ้นได้เสมอ และนักพนันมักเชื่อเสมอว่า สามารถเอาชนะระบบสุ่มได้ เพราะมีสูตร
  • การหนีจากสภาวะทางอารมณ์ (Emotional Escape) นักจิตวิทยาอย่าง Natasha Dow Schüll เรียกสภาวะที่ผู้เล่นจมดิ่งอยู่กับหน้าจอจนลืมเวลาและปัญหาความเครียดว่า “The Zone” ซึ่งเป็นการใช้การพนันเป็นกลไกการรับมือ ต่อความโดดเดี่ยวหรือความทุกข์ และรายงานจาก 60 Minutes ในปี 2011 ได้เขียนถึงเรื่องราวของ เครื่องสล็อต: การพนันครั้งใหญ่ ซึ่งในเนื้อหานั้นเน้นไปที่ความเชื่อมโยงกันระหว่างการเสพติดการพนันและเครื่องสล็อต อ่านเรื่องราวความเป็นมาของเกมสล็อตต่อได้ที่ Wikipedia

ความเครียดสะสมกับการหาทางออกด้วยการพนัน

การพักผ่อนไม่ได้หมายถึงการนอนนิ่ง ๆ เสมอไปสำหรับบางคน แต่เป็นการหาทางระบายความกดดันจากงาน (Boreout) การพนันจึงทำหน้าที่กระตุ้น Dopamine ที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วทันใจกว่าการพักผ่อนรูปแบบอื่น ข้อมูลระบุว่าผู้ที่เผชิญภาวะเครียดจัด มีแนวโน้มจะใช้เงินเพื่อการเสี่ยงโชค สูงกว่าคนทั่วไปถึง 15-20% ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดต่อเนื่อง

ข้อมูลเพิ่มเติม

Boreout ความหมายของอาการเบื่อจนหมดใจ หมดไฟจากการทำงาน แม้ว่าอาจจะได้ยินไม่บ่อยเท่าคำว่า Burnout แต่คำว่า Boreout ก็มีความอันตรายที่ไม่แพ้กัน โดยคำว่า Boreout นั้นถูกนำมาใช้ครั้งแรกในช่วงปี 2550 โดย Peter Werder และ Philippe Rothlin นักธุรกิจชาวสวิส

ในหนังสือ Diagnose Boreout ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2534 นักการศึกษาชาวอเมริกัน Barry A.Farber ได้มีการกล่าวถึงภาวะนี้โดยใช้ชื่อว่า Underchallenged Burnout ซึ่งปรากฏการณ์ของภาวะ Boreout นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับพนักงานออฟฟิศ หรือกลุ่มอาชีพใดอาชีพหนึ่ง

แต่สามารถพบได้หลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลให้เกิดความรู้สึก ว่างเปล่า แม้ว่าจะนั่งทำงานอยู่ทั้งวัน ความเบื่อหน่ายไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรมองข้าม เพราะอาจนำมาซึ่งอาการที่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไร้ซึ่งแรงกระตุ้นและแรงจูงใจ จนส่งผลร้ายต่อสุขภาพจิตได้ในที่สุด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Thaipbs

บทสรุป ทำไมช่วงหยุดยาว คนเล่นพนันมากขึ้น

ทำไมช่วงหยุดยาว คนเล่นพนันมากขึ้น พฤติกรรมการเล่นพนัน ที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงหยุดยาว เกิดจากภาวะสมองขาดแรงกระตุ้น จนเกิดความเบื่อหน่าย (Boreout) ผสมผสานกับอิทธิพลทางสังคม ที่ลดทอนความยับยั้งชั่งใจ ทำให้การเสี่ยงโชค กลายเป็นทางออกในการระบายความเครียด และเติมเต็มความว่างเปล่าทางอารมณ์อย่างรวดเร็ว

บทเรียนราคาแพงที่มาพร้อมกับการพนันคืออะไร?

การสูญเสียจากการพนัน ในช่วงหยุดยาวไม่ใช่แค่เรื่องเงินแต่คือ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ที่รุนแรงโดยสถิติปี 2021-2026 พบว่าหลังจบเทศกาล ปัญหาหนี้นอกระบบพุ่งสูงขึ้นทันทีถึง 12% และความสูญเสียเฉลี่ยต่อสัปดาห์อาจสูงถึง 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งทำลายสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาวอย่างมหาศาล

หยุดยาวนี้ทำอย่างไรไม่ให้หมดตัวเพราะการพนัน?

เริ่มวางแผนงบเสี่ยงโชคแยกต่างหาก และหันไปทำกิจกรรมเชิงรุกอย่างการเล่นกีฬา จะช่วยตัดวงจรความเสี่ยงได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ การจำกัดเวลาใช้งานมือถือ ในช่วงพักผ่อนสามารถลดโอกาสเสียเงินก้อนโต โดยไม่จำเป็นได้ถึง 60% เพราะช่วยลดการถูกดึงดูดเข้าสู่แพลตฟอร์มเสี่ยงโชค ในช่วงที่สมองกำลังต้องการการผ่อนคลาย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง