
เบื้องหลังความสำเร็จกับ ธุรกิจของ Robin Zeng
- Blackcat
- 4 views

ธุรกิจของ Robin Zeng คือเจ้าของตลาดแบตเตอรี่ ที่คุมต้นทุนได้ต่ำที่สุด ผ่านเทคโนโลยี LFP และการครอบคลุม Supply Chain ครบวงจร จนค่ายรถยนต์ EV ระดับโลกที่เกือบทุกแบรนด์ต้องพึ่งพา

ในโลกของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ไม่มีชื่อใดทรงอิทธิพลไปกว่า Robin Zeng หรือ เจิ้ง ยวี่ฉวิน มหาเศรษฐีผู้กุมบังเหียน CATL ชายผู้เปลี่ยนสถานะ จากวิศวกรในโรงงาน สู่การเป็น “ราชาแบตเตอรี่โลก” และเคยพุ่งสูงแซงหน้า Jack Ma ในช่วงปี 2021 สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ ที่ล้ำค่าที่สุดในยุคถัดไปไม่ใช่ซอฟต์แวร์แต่คือ “ที่กักเก็บพลังงาน”
Robin Zeng เป็นนักธุรกิจและมหาเศรษฐีชาวจีน เกิดในปี 1968 ในมณฑลฝูเจี้ยน เขาจบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมทางทะเล จากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวตง, ปริญญาโทสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และสารสนเทศ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีจีนตอนใต้ สำเร็จการศึกษาในช่วงปี 2544
และระดับปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ จากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน เขาเริ่มทำงานที่บริษัทต่อเรือของรัฐ ในมณฑลฝูเจี้ยน หลังจากจบการศึกษา ต่อมาเขาได้เข้าร่วมงาน กับโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเวลากว่า 10 ปี ต่อมาในปี 1999 ก็ได้ร่วมก่อตั้งบริษัท ATL
กับเพื่อนอีกสองคน หลังจากนั้นก็มีการแยกตัวมาเปิดบริษัทเอง ในปี 2567 CATL ของเขาก็ได้ขยับขยายธุรกิจไปยัง ระบบจัดเก็บพลังงานไฟฟ้า และพลังงานหมุนเวียนโครงข่ายไฟฟ้า
ที่มา: Robin Zeng (25 มีนาคม 2026) [1]
บริษัท Amperex Technology Limited (ATL) เป็นบริษัทผลิตแบตเตอรี่ ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1999 ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการพัฒนา วิจัย และผลิตแบตเตอรี่ ลิเทียมไอออน-พอลิเมอร์ และ ลิเทียมไอออน ที่สามารถชาร์จได้ โดย ATL นั้นมีชื่อเสียงอย่างมาก ในการจัดหาแบตเตอรี่
ที่ใช้สำหรับอุปกรณ์พกพา รวมถึงสมาร์ตโฟน กล้องดิจิทัล และแล็ปท็อป โดยจะจัดหาและผลิตให้กับบริษัทเทคโนโลยี เช่น Samsung และ Apple โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ ฮ่องกง ส่วนโรงงานผลิตอยู่ในเมืองตงกวน และ หนิงเต๋อ ประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีในรัฐหรยาณา ประเทศอินเดีย อีกด้วย (14 สิงหาคม 2025) [2]
การเปลี่ยนแปลงสู่ Contemporary Amperex Technology Co. Limited (CATL)
Contemporary Amperex Technology Co. Limited (CATL) ก่อตั้งขึ้นในเมืองหนิงเต๋อ ซึ่งแยกตัวมาจาก ATL ท่ามกลางการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า EV ทำให้ CATL ค่อย ๆ กลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแบตเตอรี่ชั้นนำของโลก ในปี 2555 CATL ได้เข้าร่วมมือกับ BMW Brilliance
ที่กลายเป็นลูกค้าหลักรายแรก หลังจากนั้นในปี 2559 CATL เป็นผู้ให้บริการแบตเตอรี่ HEV, EVและ PHEV รายใหญ่เป็นอันดับที่สามของโลก ซึ่งรองจาก BYD และ Panasonic (Sanyo) ต่อมาในปี 2560 ยอดขายระบบแบตเตอรี่พลังงานของ CATL ก็เพิ่มสูงถึง 11.84 GWh จนขึ้นเป็นผู้นำของโลกเป็นครั้งแรก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia

ความได้เปรียบของ CATL ไม่ใช่แค่การผลิตในปริมาณมากแต่คือการใช้ “วิศวกรรมการเงิน” ควบคู่กับ “นวัตกรรมวัสดุศาสตร์” โดยในปี 2025 CATL ได้ทุ่มงบประมาณด้าน R&D สูงถึง 22,000 ล้านหยวน ส่งผลให้พวกเขามีสิทธิบัตร ในครอบครองมากกว่า 10,000 ฉบับ
อาวุธลับล่าสุดคือ “Sodium-ion Battery” หรือแบตเตอรี่โซเดียมไอออน ซึ่งถูกนำมาใช้จริงในปี 2024-2025 เทคโนโลยีนี้ใช้วัตถุดิบจาก “เกลือ” ซึ่งหาได้ง่ายและราคาถูกกว่าลิเทียมถึง 30-40%
แม้ความหนาแน่นพลังงานจะน้อยกว่าเล็กน้อย แต่โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยและการทำงานในที่อุณหภูมิต่ำ (ได้ถึง -20°C) ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแบตเตอรี่ลิเทียมแบบเดิม
Sodium-ion Battery
การพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออน เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 และช่วงต้นทศวรรษ 1980 แต่ถึงอย่างนั้น ในช่วงทศวรรษ 1990 แบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการค้า
ที่มากกว่า ทำให้ความสนใจของแบตเตอรี่ชนิดนี้ลดลง ต่อมาในช่วงต้นทศวรรษ 2010 แบตเตอรี่ชนิดนี้ก็ได้กลับมานิยมอีกครั้ง (10 เมษายน 2026) [3]
ระบบนิเวศการรีไซเคิลหมุนเวียน (Circular Recycling Ecosystem) เป็นส่วนสำคัญหนึ่งของแนวคิดที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนรูปแบบการผลิต และการบริโภค จากแบบดั้งเดิมที่ใช้แล้วทิ้ง มาเป็นระบบที่หมุนเวียนวัสดุ กลับมาใช้ใหม่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยแทบจะไม่เกิดมลพิษ หรือของเสียหลงเหลือในสิ่งแวดล้อมเลย
Robin Zeng เป็นเจ้าของธุรกิจและอาณาจักร CATL ที่ครองตลาดแบตเตอรี่ระดับโลก ด้วยกลยุทธ์คุมต้นทุนผ่านนวัตกรรมโซเดียมไอออน และการรีไซเคิลหมุนเวียน จนกลายเป็นซัพพลายเออร์หลัก ที่ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกขาดไม่ได้ในปัจจุบัน
Robin Zeng เลี่ยงกำแพงภาษีด้วยกลยุทธ์ Localization ทุ่มงบสร้างโรงงานในยุโรป และใช้โมเดล LRS ขายสิทธิ์เทคโนโลยีให้บริษัทอเมริกา เพื่อลดข้อจำกัดทางการเมืองแต่ยังกวาดรายได้มหาศาล
CATL ครองตลาดแบตเตอรี่เกือบ 40% จนกลายเป็น “ผู้กำหนดมาตรฐานราคาโลก” ที่ค่ายรถใหญ่ต้องพึ่งพา ทำให้ Robin Zeng เป็นผู้คุมต้นทุนและทิศทางอุตสาหกรรม EV ที่โลกขาดไม่ได้

