
บริษัทของ Masayoshi Son พาส่องอาณาจักร SoftBank
- Blackcat
- 7 views

บริษัทของ Masayoshi Son ชื่อว่า SoftBank Group คืออาณาจักรเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนจากธุรกิจซอฟต์แวร์สู่กองทุนขนาดยักษ์ โดยเน้นลงทุนในนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่าง AI และหุ่นยนต์เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก

SoftBank เริ่มจากการเป็นผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ในปี 1981 ก่อนจะก้าวสู่ความสำเร็จระดับโลกจากการตัดสินใจลงทุนใน Alibaba และ Yahoo จนกลายเป็นอาณาจักรเทคโนโลยี ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
SoftBank Group Corp. เป็นบริษัทโฮลดิงเพื่อการลงทุนข้ามชาติ ของประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นวันที่ 3 กันยายน 1981 โดย Masayoshi Son ซึ่งบริษัทนี้ลงทุนเป็นหลัก ในบริษัทที่มีดำเนินงานทางด้านของเทคโนโลยี ซึ่งนำเสนอสินค้าบริการให้กับกลุ่มลูกค้าในตลาดอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นบริการอินเทอร์เน็ตไปจนถึงระบบอัตโนมัติ เริ่มต้นด้วยเงินทุนกว่า 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานทางด้านของ หุ่นยนต์ ซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอัตโนมัติ การขนส่ง โลจิสติกส์ ในปี พ.ศ. 2537 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งมีมูลค่ารวมราว ๆ 3 พันล้านดอลลาร์ และในปี พ.ศ. 2538 SoftBank ได้ตกลงที่จะซื้อกิจการสำนักพิมพ์ Ziff Davis ด้วยราคา 2.1 พันล้านดอลลาร์
บริษัทในเครือของ SoftBank
นอกจากนี้ยังบริษัทอื่น ๆ ที่ร่วมทุนอีกมากมายเช่น Coupang (26.7%), DiDi (21.5%), Ampere Computing, T-Mobile US (7.6%), Graphcore เป็นต้น
ที่มา: SoftBank Group (15 เมษายน 2026) [2]
กลยุทธ์หลักคือการใช้ทฤษฎี “Cluster of No.1” หรือการเข้าถือหุ้นในบริษัท ที่เป็นเบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรมนั้น ๆ โดยใช้เงินทุนมหาศาล บีบให้คู่แข่งตามไม่ทัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการอัดฉีดเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่กลุ่มธุรกิจ Ride-sharing ทั่วโลก (เช่น Uber, Grab และ Didi)
เพื่อสร้างอาณาจักรที่ไม่มีใครล้มได้ นอกจากนี้ยังใช้โครงสร้างการกู้ยืม ที่ซับซ้อนเพื่อเพิ่มอำนาจการซื้อ จนทำให้พอร์ตการลงทุนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

Masayoshi Son คือผู้ก่อตั้ง SoftBank และนักลงทุนระดับโลกผู้ทรงอิทธิพล ที่กล้าเดิมพันกับนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อปูทางสู่ยุคปฏิวัติ AI และหุ่นยนต์ในอนาคต
Masayoshi Son เกิดวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2490 ที่เมืองโทสุ จังหวัดซากะ ญี่ปุ่น จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เขาเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน นักการกุศล ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง SoftBank Group (SBG) ซึ่งหลังจากกลับมายังญี่ปุ่น เขาได้ตัดสินใจ
ใช้ชื่อและนามสกุลเกาหลีว่า ซอน แทนที่จะใช้ชื่อญี่ปุ่น ยาสุโมโตะ เขาเริ่มทำธุรกิจครั้งแรกในตอนที่ยังเป็นนักศึกษา โดยตอนนั้นได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์บางท่าน รวมถึง Forrest Mozer เขาได้สร้างเครื่องแปลภาษาอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมา ก่อนจะขายให้กับ Sharp Corporation
ในราคา 1.7 ล้านดอลลาร์ และได้ทำเงิน 1.5 ล้านดอลลาร์ จากการนำเข้า เครื่องเล่นวิดีโอเกมมือสอง จากประเทศญี่ปุ่น และทำการติดตั้งในหอพักของนักศึกษาและร้านอาหารต่าง ๆ
ที่มา: Masayoshi Son (18 มกราคม 2026) [3]
ในปี 2016 Masayoshi Son ได้ทำการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการเข้าซื้อกิจการ ARM Holdings บริษัทออกแบบชิป จากอังกฤษด้วยมูลค่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเขามองเห็นล่วงหน้าว่า AI จะต้องพึ่งพาชิปที่ประหยัดพลังงาน และประมวลผลได้รวดเร็ว
ปัจจุบัน ARM กลายเป็น “มงกุฎเพชร” ของ SoftBank โดยมีส่วนแบ่งการตลาด ในโปรเซสเซอร์สมาร์ตโฟนทั่วโลกเกือบ 99% และกำลังขยายตัวเข้าสู่ Data Center สำหรับประมวลผล AI อย่างเต็มตัวในปี 2026 นี้
SoftBank Group คืออาณาจักรการลงทุนระดับโลก ภายใต้การนำของ Masayoshi Son ที่สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ผ่านกลยุทธ์เข้าถือหุ้นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ โดยมุ่งเน้นการวางรากฐาน โครงสร้างพื้นฐาน AI และชิป ARM เพื่อครองความเป็นหนึ่ง ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมอัจฉริยะในอนาคต
บริษัทจะผันตัวเป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ ที่ผสานฮาร์ดแวร์และหุ่นยนต์เข้ากับ ASI เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ฉลาดล้ำเหนือขีดจำกัด ของมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต
มูลค่าหุ้นที่พุ่งสูงของ ARM จะกลายเป็น สินทรัพย์สภาพคล่องมหาศาล ที่ช่วยค้ำประกันการระดมทุน เพื่อขับเคลื่อนบิ๊กโปรเจกต์ด้าน AI และสร้างการเติบโต ทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด ให้กับอาณาจักรของเขาอย่างยั่งยืน

