
รัฐจัดการ SMS เว็บพนันยังไง เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ
- Chono
- 15 views

รัฐจัดการ SMS เว็บพนันยังไง เพื่อไม่ให้ประชาชนไทย ต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนแรง เกี่ยวกับข้อความที่มาจากมิจฉาชีพ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน หรือเกิดความรู้สึกรำคาญ โดยทาง กสทช. ได้สร้างเบอร์ *137 เพื่อให้ประชาชน ได้โทรไประงับข้อความจากมิจฉาชีพเหล่านี้
ในยุคดิจิทัล ที่ทุกอย่างเอื้ออำนวยความสะดวกสบายมากที่สุด ทำให้มิจฉาชีพ หรือเว็บพนันออนไลน์ ใช้ช่องโหว่เหล่านี้ ในการส่งข้อความ เพื่อหลอกล่อเหยื่อ หรืออาจมาในรูปแบบของข้อความ ที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ หรือหลอกให้เชิญชวนกดลิงค์ เพื่อเข้าสู่หน้าเว็บพนันออนไลน์ และในบางครั้ง ยังมีการแอบอ้างเป็นธนาคาร เพื่อแจ้งสถานะทางการเงิน
ซึ่งทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนไทย ที่ได้รับข้อความ SMS ให้สวนสมัครสินเชื่อ ผ่านทางระบบออนไลน์ และข้อความก่อกวนจากเว็บพนัน แต่ไม่มีการพูดถึงชื่อบริษัทสำหรับกู้เงิน หากเหยื่อเกิดความสนใจ จะดำเนินการไม่เกิน 5 วินาที ก็สามารถโอนเงินเข้าระบบ เพื่อทำการกู้เงินได้ทันที
โดยทางรัฐบาลไทย และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ให้ช่วยดูแล และช่วยตรวจสอบบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ให้จัดการข้อความรบกวน ให้ลักษณะที่เชิญชวนเล่นพนันออนไลน์ สินเชื่อออนไลน์ เนื่องจากละเมิดสิทธิส่วนบุคคล (สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม 2026) [1]
ทางด้านตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้แนะนำ วิธีบล็อก SMS เว็บพนัน เพื่อเป็นวิธีการเบื้องต้น ไม่ให้ประชาชนถูกหลอก ผ่านการตั้งค่าโทรศัพท์มือถือของตนเอง ซึ่งจะมีทั้งวิธีการตั้งค่าสำหรับ iOS และ Android โดยมีวิธีการตั้งค่าในการบล็อกข้อความจากมิจฉาชีพ ดังเนื้อหาต่อไปนี้
และนอกจากข้อความจากมิจฉาชีพ ที่คอยกวนใจประชาชน อาจมีการแนบลิงค์ ที่เป็นลิงค์อันตราย หรือลิงค์สำหรับล่อลวง เพื่อให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว ดังนั้น ให้คุณมีสติ และทำการตรวจสอบข้อความที่ถูกส่งมา และที่สำคัญ ไม่ควรกดลิงค์มั่ว เพราะอาจถูกดูดข้อมูลส่วนตัว และถูกนำไปที่หน้าเว็บพนันออนไลน์ (20 เมษายน 2021) [2]
หากใครทีเผลอกดลิงค์ ที่แนบมากับข้อความ และเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองกดลิงค์แปลกปลอม ซึ่งรายละเอียดส่วนถัดไป เราจะพาไปดูวิธีการเบื้องต้น หลังจากที่กดลิงค์ปลอม หรือลิงค์อันตราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือป้องกันให้เกิดความเสียหายที่น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายถลำลึก มาดูตัวอย่างวิธีการจัดการดังต่อไปนี้
ที่มา: พลาดแล้วต้องทำอย่างไร (24 สิงหาคม 2024) [3]

ข้อมูลจากทางบริษัทโกโกลุก และผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Whoscall ได้เปิดเผยรายงานประจำปี 2567 ในการวิเคราะห์สถานการณ์กลโกงของมิจฉาชีพในประเทศไทย ส่วนใหญ่คนไทย ถูกหลอกจากการส่งข้อความ การรับสายคนแปลกหน้า หรือการกดลิงค์แปลกปลอมต่างๆ จนเกิดการสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล
อ้างอิงข้อมูลจากทาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2565 ที่ตำรวจไซเบอร์ ได้เข้ามาดูแลคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ พบว่ามีมูลค่าความเสียหายพุ่งมากถึง 80,000 ล้านบาท และเริ่มตั้งแต่ปี 2568 มีการแจ้งความจากผู้เสียหายมากถึง 30,000 คดี
ซึ่งมูลค่าความเสียหาย ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2568 ภายในเดือนเดียว มีมูลค่าความเสียหายมากถึง 400 ล้านบาท และทางเข้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการอายัดได้เพียงแค่ 73 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งข้อมูลจากแอปพลิเคชัน Whoscall สามารถระบุสายโทรศัพท์ และข้อความจากมิจฉาชีพ ในรอบ 5 ปี มีมากถึง 168 ล้านครั้ง
แต่สำหรับประเทศอื่นๆ ที่มีการรับมือกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ มีจำนวนประชากร ที่ถูกหลอกจากมิจฉาชีพ มีจำนวนลดน้อยลง แต่สำหรับประเทศไทย รวมไปถึงประเทศในเอเชีย ยังคงมีจำนวนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุด โดยเฉพาะการโทรหลอกลวง ที่ยังคงเป็นอันดับ 3 ที่พบผู้เสียหายมากที่สุด
ข้อมูลจากทางผู้บริหาร กล่าวไว้ว่า ประเทศไทย มีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าว มากถึง 100 ล้านครั้ง มีฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2.6 พันล้านหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ และสำหรับประเทศไทย มีฐานลูกค้า 25 ล้านบัญชี แต่มีบัญชีพรีเมียมไม่ถึง 50% ของจำนวนการใช้งานทั้งหมด
ประโยชน์ของแอปพลิเคชันดังกล่าว ที่จะคอยช่วยปกป้อง และกรองข้อมูลการถูกหลอกลวง ผ่านการโทร หรือข้อความแปลกปลอม ซึ่งสามารถทำได้ถึง 460,000 ครั้งต่อวัน และยังคงเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันมิจฉาชีพ
อีกหนึ่งประโยชน์ของแอปพลิเคชันนี้ ที่จะช่วยระบุตัวตนของเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก ช่วยเตือนภัยสายเรียกเข้าหลอกลวง และสายสแปม อีกทั้งยังช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อมีการแชร์ข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ และคอยระวังลิงค์ปลอม รวมไปถึงช่วยตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งาน เผลอกดลิงค์ปลอมเหล่านี้
อย่างที่เราได้นำเสนอเอาไว้ข้างต้น เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขของรัฐบาล ที่ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนไทย ต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ อีกทั้งยังขอความร่วมมือกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อสกัดกั้น ไม่ให้มิจฉาชีพ ส่งข้อความชักชวนเล่นพนันออนไลน์ หรือชักชวนให้กู้เงินผ่านระบบออนไลน์
มีความเป็นไปได้ว่า หากคุณได้สมัครเล่นพนันเว็บหนึ่งแล้ว ข้อมูลของคุณ อาจถูกขายให้กับเว็บพนันเจ้าอื่นๆ หรือขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อใช้ส่งข้อความ SMS ในการชักชวน หรือโฆษณาเกี่ยวกับเงินเครดิตฟรี ดังนั้น ไม่ควรสมัครเว็บพนันตั้งแต่แรก ถือเป็นเรื่องที่ดี และช่วยเซฟข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ดีเช่นกัน
หากใครที่กระทำความผิด หากนำข้อมูลส่วนบุคคล ไปขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะมีโทษทางอาญา มาตรา 79 ระบุโทษเอาไว้ว่า หากมีการนำข้อมูลส่วนบุคคล ไปใช้หรือเปิดเผย โดยไม่ได้รับการยินยอม จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับเงินไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

