
รีวิวเกม Darwin Project ชิงไหวพริบเพื่อเอาตัวรอด
- ไข่น้อย
- 9 views

รีวิวเกม Darwin Project หากใครกำลังมองหา ประสบการณ์เกม Battle Royale ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ เพราะได้เน้นความกดดันในพื้นที่จำกัด ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ที่ไม่ได้มีดีแค่การไล่ยิงกัน แต่หัวใจสำคัญของเกมนี้ คือความสดใหม่ที่น่าตื่นเต้น และเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง โดยบทความนี้ ก็จะเป็นการพาไปทำความรู้จักตัวเกม ซึ่งจะมีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ติดตามต่อจากนี้
การพัฒนาเกมนี้ เริ่มต้นพัฒนาโดย Scavengers Studio ที่ผู้พัฒนาเพียง 18 คนเท่านั้น ก่อนที่จะมีการเปิดเผยตัวเกม อย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2017 ในงาน Electronic Entertainment Expo เพื่อทดสอบตัวเกม และปรับจูนสมดุลของระบบ จากนั้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2018 ตัวเกมก็ได้เปิดให้บริการ แต่จะเป็นรูปแบบ Early Access ที่ให้เล่นพร้อมการพัฒนาตัว
และเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2020 ตัวเกมก็ได้เปิดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเปิดให้กับแพลตฟอร์ม Microsoft Windows, Xbox One และ PlayStation 4 แต่ก็ได้ประกาศหยุดการพัฒนา เมื่อ 13 พฤษภาคม 2020 ทำให้เกมนี้ไม่มีการ Update อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ทีมพัฒนาเกมนี้ ก็ได้ตัดสินใจเอาไว้แล้ว ว่าจะยังคงเปิดเซิร์ฟเวอร์ของเกมนี้ทิ้งไว้ และยังคงเล่นได้ถึงปัจจุบัน (18 มกราคม 2026) [1]
การเล่นของเกมนี้ อย่างที่บอกไป จะเป็นเกมแนว Battle Royale ที่เน้นการชิงไหวพริบ เพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ซึ่งมันผสมผสานกับการประดิษฐ์ และการแกะรอย เข้าเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ก่อนที่จะถูกส่งไปยัง ดินแดนในยุคน้ำแข็ง ที่สภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้เล่นต้องตื่นตัว และปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ ซึ่งในหนึ่งแผนที่ จะรองรับผู้เล่นทั้งหมด 10 คน
เพื่อเอาชีวิตรอดจากความหนาวเหน็บ ความหิว และอันตรายจากผู้เล่นคนอื่น ที่จะเข้ามาโจมตี และนอกจากนี้ ผู้เล่นจะต้องบริหารจัดการ ค่าสถานะของตัวละครอีกด้วย ซึ่งบอกได้เลยว่า ระบบการเล่นของเกมนี้ เต็มไปด้วยความเสี่ยงตลอดเวลา ซึ่งมันไม่ใช่แค่เกม Battle Royale ยิงกันทั่วไป แต่เป็นการเล่น ในลักษณะการแสดง ที่ต้องมีชีวิตรอดเป็นคนสุดท้าย ท่ามกลางพายุหิมะ (6 มีนาคม 2018) [2]
อาวุธที่ใช้ต่อสู้ในเกมนี้ ระบบอาวุธจะไม่ได้มีความหลากหลาย เหมือนกับเกม Fortnite และเกมเอาชีวิตรอดอื่น ๆ เพราะจะเน้นไปที่อาวุธพื้นฐาน ที่ผู้เล่นทุกคน จะมีติดตัวมาตั้งแต่เริ่มเกม เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และวัดกันที่ทักษะการใช้งาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ซึ่งอย่างแรกได้แก่ ขวาน เป็นอาวุธหลัก ที่ใช้ต่อสู้ในระยะประชิด แถมยังเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวทรัพยากรอีกด้วย
ส่วนอาวุธชิ้นที่สอง ก็คือ ธนู เป็นอาวุธสำหรับการโจมตีระยะไกล ที่ผู้เล่นต้องสร้างลูกธนู จากไม้ที่เก็บสะสมมาได้ ซึ่งการใช้ธนูในเกมนี้ จะต้องอาศัยการกะจังหวะ และการคำนวณวิถีของลูกธนูด้วย ซึ่งถือเป็นอาวุธที่สร้างความกดดันได้ดีมาก สำหรับพื้นที่เปิดโล่ง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีอาวุธเพียงสองชนิด แต่ความสนุกจะไปอยู่ที่การเลือกใช้สกิลพิเศษ และกับดัก

แผนที่ในเกมนี้ ถูกออกแบบมาในลักษณะ สนามประลองทรงกลมขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหิมะ โดยพื้นที่ทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 7 โซน ที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ สภาพแวดล้อมภายในแผนที่ จะเต็มไปด้วยความแตกต่าง เพราะมีทั้งหมู่บ้านร้าง ป้อมปราการ สะพานแขวน และป่าสนทึบ แถมภูมิประเทศยังมีระดับความสูงต่ำ ที่ดูมีมิติ
ทำให้สามารถใช้หน้าผา หรืออาคารสูง ในการดักซุ่มโจมตี หรือจะใช้ทักษะการปีนป่ายเพื่อหลบหนี ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่า แผนที่ของเกมนี้ ทำหน้าที่เป็นเพียงฉากหลัง แต่ก็เป็นกลไกสำคัญ ที่บีบคั้นให้ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากันตลอดเวลา ภายใต้เงื่อนไขของเวลา และพื้นที่ ที่จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงโซนสุดท้าย ที่จะกลายเป็นสมรภูมิตัดสินผู้ชนะ
การจะเป็นที่หนึ่ง จากเกมนี้ให้ได้นั้น ต้องใช้มากกว่าแค่ฝีมือการต่อสู้ เพราะต้องอาศัยกลยุทธ์ที่เฉียบคม และการปรับตัวให้เข้ากับ สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเทคนิคสำคัญ ที่จะทำให้เป็นที่หนึ่งได้บ่อยครั้ง ก็จะมีเรื่องของ การบริหารทรัพยากรในช่วงต้นเกมให้เร็วที่สุด แย่งชิง Electronic ให้ได้ เพราะเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในเกม
จากนั้นใช้ระบบสะกดรอย ให้เป็นประโยชน์ที่สุด เพื่อติดตามผู้เล่นคนอื่น และเมื่อมีการต่อสู้ระหว่างผู้เล่น ก็จะต้องชิงไหวพริบกัน เพื่อเอาชนะมาให้ได้ แต่จากที่ลองเล่นมานั้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการเอาชีวิตรอด คือการปล่อยให้ผู้เล่นคนอื่น สู้กันเองจนเจ็บหนัก แล้วค่อยเข้าไปปิดฉากทีหลัง ในช่วงที่ผู้เล่นคนอื่นกำลังอ่อนแอ แต่สุดท้ายนี้ ก็ขึ้นอยู่ที่การฝึกฝนของผู้เล่นทั้งหมด
สำหรับสเปคคอม ที่สามารถรองรับเกมนี้ได้นั้น มีการระบุเอาไว้ว่า จะต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 เพื่อใช้ในการเปิดตัวเกม และจะต้องใช้โพรเซสเซอร์ Quad Core 2.4Ghz+ ขึ้นไป ควบคู่กับ RAM 8 GB เพื่อที่จะ Render ตัวเกมออกมาให้ดีที่สุด
และนอกจากนี้ จะต้องใช้การ์ดจอ GTX 1060 หรืออาจจะรุ่นที่ดีกว่านี้ เพื่อที่ปรับกราฟิกของตัว ให้สูงที่สุด และมาพร้อมกับความลื่นไหล ส่วนหน่วยความจำที่ใช้ในการลงตัวเกมนั้น จะต้องมีพื้นที่ว่างที่พร้อมใช้งาน 6 GB ขึ้นไป ซึ่งหากใช้สเปคที่บอกไปนี้ รับรองว่าเล่นเกมนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างแน่นอน (2026) [3]
โดยสรุปแล้วเกมนี้ ถือเป็นเกมแนว Battle Royale ที่มีความทะเยอทะยาน ที่จะนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการเปลี่ยนจากการใช้ปืนยิงถล่มกัน มาเป็นการชิงไหวพริบ ด้วยอาวุธพื้นฐาน และการแกะรอย ที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ สำหรับใครที่อยากลองเกม Battle Royale แนวใหม่ ที่ไม่มีอาวุธปืนให้ใช้งาน บอกเลยว่าต้องลองเล่นให้ได้สักครั้ง แถมมันเป็นเกมที่เปิดให้เล่นฟรีอีกด้วย
คำตอบคือไม่จริง เพราะการเติมเงินในเกมนี้ ไม่ได้ช่วยให้เก่งขึ้น หรือได้เปรียบในการต่อสู้เลย โดยมีเหตุผลเพราะว่า ของที่นำมาขาย จะเน้นขายความสวยงามเท่านั้น อย่างดเช่น ชุดเสื้อผ้า, สกินขวาน, สกินธนู หรือท่าทางเยาะเย้ยเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เพิ่มความสามารถพิเศษเลย ทำให้มีความเท่าเทียมกันตั้งแต่เริ่มเกม จนถึงจบเกม และต้องใช้การฝึกฝนเท่านั้น ถึงจะเล่นเกมนี้เก่งขึ้น
การที่จะเข้าถึงเกมนี้ จะขึ้นอยู่กับว่า เลือกเล่นบนแพลตฟอร์มใด เนื่องจากเกมนี้ ไม่มีระบบบัญชีกลาง แต่จะผูกข้อมูลเข้ากับบัญชี ของแต่ละแพลตฟอร์มโดยตรง ซึ่งบัญชีที่สามารถเข้าถึงเกมนี้ได้นั้น ก็จะมีบัญชี Steam บัญชี Microsoft Account และบัญชี PlayStation Network

