รีวิวเกม Overwatch 2 สานต่อภาคใหม่เกมเล่นฟรียอดฮิต

รีวิวเกม Overwatch 2

รีวิวเกม Overwatch 2 เกมแอ็กชันยิงปืนสุดมันส์ ที่มาในรูปแบบเกมออนไลน์เล่นฟรี ดาวน์โหลดและติดตั้งตัวเกมได้ที่แพลตฟอร์ม Steam ซึ่งเกมนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัท Blizzard Entertainment เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2023 เราจะพาไปทำความรู้จัก หากใครเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

  • ข้อมูลเกี่ยวกับระบบการเล่น และข่าวสารการอัปเดต
  • พาไปดูจุดเด่นของตัวเกมในภาคที่ 2

Overwatch 2 ระบบการเล่น และข่าวสารการอัปเดต

สำหรับตัวเกมในภาคที่สอง ยังคงรูปแบบการเล่น ในมุมมองบุคคลที่ 1 สัญชาติอเมริกัน โดยเป็นภาคต่อของตัวเกมในภาคแรก ที่เปิดให้เล่นไปเมื่อปี 2016 ซึ่งตัวเกมในภาคใหม่ล่าสุด จะมีการเพิ่มโหมดของการแข่งขัน ตัวละครใหม่ แต่จะทำการลดจำนวนผู้เล่นลง จากฝั่งละ 6 คน เหลือเพียงฝั่งละ 5 คนเท่านั้น

เกมนี้เปิดให้เล่นฟรีบนสตรีม และรองรับการเล่นเกมบนเครื่อง PlayStation 4-5, Nintendo Switch, Xbox One, Windows และ Xbox Series X/S ในตอนแรก ผู้ให้บริการตัวเกม ได้เปิดให้เล่นเกมในเวอร์ชัน Early Access ภายในเดือนตุลาคม 2022 ก่อนที่จะเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการ โดยเกมนี้จะเน้นการวางแผน และอาศัยการร่วมมือกัน

ข้อมูลจากทีมผู้พัฒนาเกม ได้ประกาศไว้ภายในงาน BlizzCon เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2019 ในตอนแรก มีการวางแผนให้ตัวเกม คงสภาพแวดล้อมแบบมัลติเพลเยอร์ ระหว่างตัวเกมในภาคแรก เมื่อให้ผู้เล่นทั้งสองภาค เข้ามาร่วมแข่งขันกันในโหมด ผู้เล่นปะทะผู้เล่น (PvP) และในที่สุด ก็ได้มีการเพิ่มโหมดนี้เข้าไปในทั้งสองภาค (16 ธันวาคม 2025) [1]

สำหรับตัวเกมในภาคที่สอง จะมีระบบการเล่นอย่างไร?

ในปัจจุบันนี้ ตัวเกมในภาคที่สอง ก็ได้ปรับเปลี่ยนให้บริการเล่นเกมแบบฟรี (Free to Play) ซึ่งจะเน้นไปที่ระบบการเล่นแบบ 2 ทีม และก็มีโหมดแข่งขันกับทีม AI แต่ภาพรวมของเกมนี้ ยังคงรักษาเอกลักษณ์เกมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีการปรับเปลี่ยนส่วนสำคัญอีกมากมาย เช่น ระบบการเลือกตัวละคร ที่มีความรอบคอบมากขึ้น

สิ่งที่ยังคงติดมาจากตัวเกมในภาคที่หนึ่ง นั่นก็คือตัวละคร 30 ตัวละคร ที่มีความสามารถ และมีรูปแบบการโจมตี ที่แตกต่างกันออกไป แถมยังมีการเพิ่มจุดเด่นของตัวละคร นั่นก็คือท่าทางการเคลื่อนไหว การพูดคุย และได้ใช้ท่าไม้ตาย ซึ่งให้อารมณ์เหมือนรับชมการ์ตูนเรื่องหนึ่ง และตัวละครแต่ละตัว จะมีบทบาทที่แตกต่างกัน

บทบาทของตัวละครภายในเกมนี้ หลักๆ จะแบ่งออกเป็น 3 บทบาท ได้แก่ Tank คือกลุ่มฮีโร่สายป้องกัน ที่ทำหน้าที่ในการรับความเสียหาย หรือคุ้มครองเพื่อนร่วมทีม และจะมี HP เยอะกว่า ต่อมาก็คือ Damage ซึ่งจะเน้นการสร้างความเสียหายแก่ศัตรู และสุดท้ายก็คือ Support ฮีโร่สายสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม (9 ตุลาคม 2022) [2]

ตัวเกมมีข่าวสารการอัปเดตครั้งใหญ่หรือไม่?

หลังจากที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ทำให้แฟนคลับเกมนี้ หลายๆ คนเกิดความรู้สึกขัดใจ เพราะรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ภาคต่อ แต่เป็นเพียงตัวเกมที่มีการอัปเดตครั้งใหญ่มากกว่า แม้ว่าตัวละครหลายตัว จะได้รับการปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยนลักษณะร่างกาย และหลักๆ จะมี 2 ตัวละครที่ค่อนข้างโหด ได้แก่ Orisa และ Doomfist

สำหรับการอัปเดตตัวละคร Doomfist ที่จะมีบทบาทหน้าที่สายแทงค์แบบเต็มตัว ส่วนฮีโร่ Orisa มีการปรับปรุงสกิลแบบใหม่ ทำให้เอื้อต่อการรับดาเมจ และเป็นตัวชนให้เพื่อนร่วมทีมชั้นดี ในขณะที่ฮีโร่เก่าหลายๆ ตัวละคร ก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ยกเซ็ต ยกตัวอย่างเช่น Bastion สามารถแปลงร่างเป็นป้อมปืน และเคลื่อนที่ไปมาได้

และด้วยการปรับปรุงครั้งใหม่ ทำให้เหล่าแฟนคลับเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นเก่าหรือไม่ ยังให้การยืนยันว่า เกมนี้ยังคงเป็นเกมที่ได้รับความนิยม และการเพิ่มโหมดเนื้อเรื่อง พร้อมกับโหมด Co-op PvE Content ช่วยให้ดึงดูดความสนใจของผู้เล่นกลุ่มใหม่ (28 เมษายน 2022) [3]

ข้อมูล กระแสความนิยม จุดเด่น และสเปคเล่นเกมบนพีซี

รีวิวเกม Overwatch 2

อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ SteramDB หลังจากที่ตัวเกมเปิดให้เล่นบนสตรีม พบว่ามีผู้เล่นกว่า 75,608 คน ได้เข้าไปรองสัมผัสความสนุกของตัวเกม ทำให้เกมนี้ติดอันดับ 69 เกมที่ขายดีที่สุด และก็มีเหล่าสตรีมเมอร์ ที่ได้ทำการไลฟ์สดเล่นเกมบนแพลตฟอร์ม Twitch ซึ่งมีผู้คนเข้าไปรับชมการเล่นเกมสูงสุด 634,336 ผู้ชม

ตัวเกมในภาคที่สอง มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไรบ้าง?

จุดเด่นของตัวเกม

  • ตัวเกมในภาคใหม่ล่าสุด ที่ให้ความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเล่นในโหมด 5v5 และ Push mode
  • มีการเพิ่มฮีโร่หน้าใหม่ เพื่อให้ตัวเกมมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
  • ท่าทางการเคลื่อนไหวของฮีโร่ภายในเกม มีการเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ และช่วยเพิ่มความมันส์ในการแข่งขัน

จุดด้อยของตัวเกม

  • โดยรวมแล้ว ตัวเกมยังให้ความรู้สึกว่าเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ ไม่ใช่ภาคต่ออะไรขนาดนั้น
  • ในส่วนของระบบ Battle Pass และระบบ New UI ที่เหมือนกับการจับวางมากกว่า ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันมากนัก

แนะนำสเปคสำหรับเล่นเกมบนเครื่องพีซี

  • ต้องใช้โพรเซสเซอร์ และระบบปฏิบัติการแบบ 64 Bit
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows 10 64 Bit (Service Pack ล่าสุด)
  • โพรเซสเซอร์ : Intel Core i7 หรือ AMD Ryzen 5
  • หน่วยความจำ : RAM 8GB
  • กราฟิก : NVIDIA GeForce GTX 1060 หรือ GeForce GTX 1650
  • ไดเร็กต์เอ็กซ์ : เวอร์ชัน 11
  • เครือข่าย : การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์
  • พื้นที่จัดเก็บ : พื้นที่ว่าง 50GB

และข้อมูลข้างต้น คือสเปคที่ทางผู้ให้บริการเกมแนะนำ ซึ่งสามารถเล่นเกมบนเครื่องพีซีได้อย่างลื่นไหล ไม่มีอาการสะดุดอย่างแน่นอน หรือใครที่กำลังมองหาเกมใหม่ๆ และอยากเข้าไปดูบทความรีวิวเกม ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อมาเล่น สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ เกมสตรีม น่าเล่น

บทส่งท้าย รีวิวเกม Overwatch 2

อย่างที่เราได้นำเสนอเอาไว้ สำหรับตัวเกมในภาคที่สอง ที่มีการอัปเดตและพัฒนาระบบต่างๆ ที่ค่อนข้างเห็นผลชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโหมดของการแข่งขัน การปรับปรุงตัวละครต่างๆ แต่ก็ดูเหมือนว่า จะยังไม่ค่อยถูกอกถูกใจผู้เล่นบางคน และพวกเขามองว่าตัวเกมในภาคนี้ เป็นเพียงแค่การอัปเดตปกติ ไม่ใช่ภาคต่ออย่างที่คิดเอาไว้

ปัจจุบันยังมีคนเข้าไปร่วมรับความสนุกกับเกมนี้หรือไม่?

จากผลการสำรวจ และเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ SteamDB พบว่าเมื่อประมาณ 30 วันที่ผ่านมา ภายในปี 2025 ตัวเกมยังคงได้รับความนิยม จากผู้เล่นทั่วทุกมุมโลก ซึ่งยังคงมีผู้เล่นกว่า 42,257 คน ที่ยังคงเข้าไปร่วมรับความสนุก จากตัวเกมในภาคที่สอง

ตัวเกมในภาคที่ 2 ได้รับคะแนนรีวิวเท่าไหร่?

  • Game Informer : เว็บไซต์นี้ให้คะแนนรีวิว 9/10
  • GameSpot : ให้คะแนนรีวิวภาพรวมของตัวเกม 8/10
  • IGN : เว็บไซต์นี้ให้คะแนนชื่นชมตัวเกม 8/10
  • Nintendo Life : ให้คะแนนรีวิวภาพรวมการออกแบบตัวเกม 7/10
  • PC Gamer (US) : ให้คะแนนรีวิวตัวเกมไว้ทั้งหมด 74/100
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง