
รีวิวเกม PixARK บุกตะลุยโลกล้านปี ในเวอร์ชันพิกเซล
- Chono
- 16 views

รีวิวเกม PixARK นี่คือเกมแนวใหม่ ที่นำเสนอภาพกราฟิกแบบพิกเซล ชวนให้ผู้เล่นนึกถึงตัวต่อเลโก้ ซึ่งเกมนี้มาในรูปแบบเกมแอ็กชันเอาชีวิตรอด ที่ผู้เล่นจะได้ออกไปผจญภัย ในโลกที่เต็มไปด้วยสัตว์ดึกดำบรรพ์ โดยเฉพาะไดโนเสาร์ ที่จะออกมาโจมตีผู้เล่นทุกเวลา ซึ่งตัวเกมวางจำหน่ายลงบนแพลตฟอร์ม Steam แล้ววันนี้
รีวิวเกม PixARK วิดีโอเกมแอ็กชันเอาชีวิตรอด ซึ่งวางขายบนแพลตฟอร์ม Steam ในวันที่ 27 มีนาคม 2018 แต่ก็ได้เลื่อนวันวางจำหน่ายออกไป เป็นวันที่ 31 พฤษภาคม 2019 เป็นผลงานการออกแบบของบริษัท Snail Games USA และเป็นตัวเกมภาคแยกของ Ark : Survival Evolved ที่เปิดให้บริการไปเมื่อปี 2017
ในส่วนของการพัฒนาตัวเกม ทางบริษัทผู้พัฒนา ได้ออกมาให้ข้อมูลไว้ว่า ทางบริษัทได้ร่วมมือกับสตูดิโอ Wildcard (ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2014) ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเกม Ark และจะปล่อยตัวอย่างเกมเพลย์ ในวันที่ 25 มกราคม 2018 ในเวอร์ชัน Early Access เปิดให้เล่นสำหรับ Windows และ Xbox One (27 กุมภาพันธ์ 2025) [1]
โดยเกมนี้ ที่นำเสนอระบบการเล่นแนว Survival ในรูปแบบเกม Open World ถึงแม้ว่าจะนำเสนอคล้ายกับเกม Ark แต่ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนภาพกราฟิก และลูกเล่นบางอย่าง ในฉบับพิกเซล ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจของเกมนี้
ในส่วนของระบบการเล่น ซึ่งคุณจะได้เข้าไปอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์กว่า 100 สายพันธุ์ คุณสามารถเลือกได้ว่า จะฆ่าหรือฝึกฝนพวกมัน ให้เป็นสัตว์ขี่ และคุณจะต้องออกตามหาทรัพยากร เอาให้ตัวละครของคุณ มีชีวิตรอดบนเกาะแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างสิ่งของ การขุดหาทรัพยากร และการป้องกันตัวจากสัตว์ร้าย
และภูมิภาคภายในเกมนี้ จะประกอบไปด้วยว็อกเซลแต่ละอัน ซึ่งผู้เล่นจะสามารถจัดการได้เลยว่า จะทำการปรับเปลี่ยน หรือลบออกไปจากพื้นที่ตรงนั้น อีกทั้งตัวเกมยังนำเสนอภูมิที่แตกต่างกันออกไป เช่น ป่าไม้ ทะเลทราย และถ้ำ เช่นเดียวกับระบบภารกิจ ที่จะโผล่มาให้คุณเลือกทำแบบสุ่ม ซึ่งสร้างความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่ง
โดยรวมแล้ว ตัวเกมต้องการนำเสนอระบบการเล่น ในรูปแบบเกมเอาชีวิตรอด การออกหาทรัพยากรต่างๆ เพื่อนำมาสร้างที่พักอาศัย หรือออกไปผจญภัยในดินแดนต่างๆ เพื่อต่อสู้กับไดโนเสาร์ หรือสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด นอกเหนือจากนี้ ตัวเกมมาในรูปแบบออนไลน์ ที่คุณสามารถเล่นกับเพื่อนๆ หรือผู้เล่นคนอื่นๆ ได้อีกด้วย (30 กรกฎาคม 2020) [2]
ประกาศจากผู้ให้บริการตัวเกม นับตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมกราคม 2024 เป็นต้นไป ทางสตรีมจะรองรับการเข้าเล่น เฉพาะ Windows 10 และเวอร์ชันใหม่กว่าเท่านั้น หรือใครที่กำลังมองหาเกมใหม่ๆ สามารถคลิกเข้าไปดูบทความรีวิวตัวเกมได้ที่ เกมสตรีม น่าเล่น

หลังจากที่คุณได้ดูรายละเอียดข้างต้น ที่ทางผู้เขียนบทความ ได้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น รายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างพัฒนาตัวเกม ระบบการเล่น ที่ตัวเกมต้องการนำเสนอ และสเปคสำหรับผู้ที่ต้องการเล่นเกมบนเครื่อง PC ซึ่งในส่วนถัดไป เราจะพาไปตัวอย่างคำวิจารณ์ และกระแสความนิยมของตัวเกม
ซึ่งตัวอย่างคำวิจารณ์ข้างต้น ทางเราได้อ้างอิงข้อมูลมาจากเว็บไซต์ Metacritic ในหัวข้อ Nintendo Switch Critic Reviews ซึ่งแบ่งคำวิจารณ์ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ คำวิจารณ์เชิงบวก 1 (20%) คำวิจารณ์เชิงลบ 3 (60%) และคำวิจารณ์แบบผสม 1 (20%) (2026) [3]
นับตั้งแต่ที่ตัวเกมเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการ ภายในเดือนพฤษภาคม 2019 พบว่ามีผู้เล่นจำนวน 629 คน ได้เข้าไปร่วมรับความสนุกของตัวเกม จนมาถึงเดือนพฤษภาคม 2020 ที่ตัวเกมเปิดให้เล่นฟรี พบว่ามีผู้เล่นเพิ่มสูงขึ้น 3,635 คน และปัจจุบันนี้ จากการสำรวจของเว็บไซต์ SteamDB เมื่อ 30 วันที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เล่นเกมนี้เพียงแค่ 303 คน
ท้ายที่สุดแล้ว นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเกม ที่เคยเป็นกระแสนิยม เพราะเป็นเกมที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นระบบการเล่น พร้อมกับภาพกราฟิก ที่มาในรูปแบบ Pixel แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเกมกลับถูกมองว่า เป็นเกมที่ลอกเลียนแบบเกมดัง Minecraft แถมยังขายเกมในราคาสูงกว่า ซึ่งส่งผลให้ตัวเกมได้รับคำวิจารณ์เชิงลบมากกว่าคำวิจารณ์เชิงบวก
สำหรับผู้อ่านท่านใด ที่ได้อ่านรายละเอียดรีวิวตัวเกมข้างต้น แล้วเกิดความสนใจ ที่อยากจะลองสัมผัสความสนุกของตัวเกมขึ้นมา สามารถคลิกเข้าไปสั่งซื้อตัวเกม และดาวน์โหลดตัวเกมได้ที่ Steam ในราคาเริ่มต้น 400 บาท และราคาแบบแพ็กเกจ Edition ในราคา 539.75 บาท (สืบค้นเมื่อ 30 มกราคม 2026)
หากพูดถึงจุดเด่น ที่ทำให้ตัวเกมได้รับความสนใจ อันดับแรกก็คือระบบการเล่น ที่ให้ความเพลิดเพลิน ด้วยการนำเสนอภาพกราฟิกแบบพิกเซล ต่อมาก็คือระบบออนไลน์ ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่า จะเล่นกับเพื่อนๆ หรือเล่นกับผู้เล่นคนอื่นๆ และสุดท้ายก็คือ ภาพและกราฟิก ที่ทำให้ตัวเกม มีความแตกต่างไปจากเกมเอาชีวิตรอดแนวเดียวกัน

