รีวิวเกม Pokemon Gen 1 เป็นอย่างไร?

รีวิวเกม Pokemon Gen 1

รีวิวเกม Pokemon Gen 1 คือรากฐานของซีรีส์ ที่ผู้เล่นจะต้องรับบทเป็น เทรนเนอร์หน้าใหม่ จากภูมิภาค Kanto โดยมีเป้าหมายหลักที่ต้องทำ คือการรวบรวมเข็มกลัดจากยิมทั้ง 8 แห่ง ท้าชิงกับสี่จตุรเทพ เป็นแชมเปี้ยน และสะสม Pokemon ให้ครบ อย่างไรก็ตามในสมัยนั้น ตัวเกมก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่ไม่น้อยเลย อย่างเรื่องความสมดุล แต่มันคือผลงานชิ้นเอก ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเกมซีรีส์โปเกมอน

  • เกมโปเกมอนเจน 1 เริ่มเปิดเมื่อไหร่?
  • เกมเจน 1 เกมเพลย์เป็นแบบไหน?
  • เกม Gen 1 ยิมทั้ง 8 แตกต่างกัน

เกมโปเกมอนเจนที่ 1 เริ่มเปิดเมื่อไหร่?

สำหรับเกมโปเกมอนเจนแรกนั้น เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อปี 1996 โดยเปิดให้บริการบนเครื่อง Game Boy ซึ่งเปิดเป็นภาค Red และ Green ให้กับประเทศญี่ปุ่นได้เล่นก่อน จากนั้นจึงวางจำหน่ายให้อเมริกาเหนือ แต่จะเป็นภาค Red และ Blue ที่เปิดในปี 1998 ซึ่งเกมโปเกมอนเหล่านี้ ถูกพัฒนาโดย Game Freak และจัดจำหน่ายโดย Nintendo

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีอีกหนึ่งภาค ซึ่งเป็นภาคพิเศษ ได้แก่ Pokemon Yellow ที่เป็นภาคปรับปรุงของ โปเกมอนภาค Red และ Blue โดยวางจำหน่ายในญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1998 และจำหน่ายต่อให้กับยุโรป และอเมริกา เมื่อปี 1999 ส่วนภาค Green ไม่ได้วางจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่น (27 มีนาคม 2026) [1] เนื่องจากมีปัญหาเรื่องบั๊ก และกราฟิกของโปเกมอน ยังไม่สวยงามเท่าที่ควร

เกมโปเกมอนเจน 1 เกมเพลย์เป็นแบบไหน?

เกม Pokemon Gen 1 คือวางรากฐานให้กับซีรีส์เกมนี้ทั้งหมด โดยรูปแบบการเล่นหลักนั้น คือการรวบรวมโปเกมอนทั้ง 151 ตัว พบปะกับเทรนเนอร์โปเกมอน เอาชนะหัวหน้ายิม และกลุ่มสี่จตุรเทพ เพื่อที่จะได้เป็นแชมป์โปเกมอนให้ได้ โดยการรวบรวมโปเกมอน ผู้เล่นสามารถจับโปเกมอนป่าได้ เพราะเมื่อโปเกมอนป่าปรากฏตัว ผู้เล่นจะต้องต่อสู้กับมันด้วยโปเกมอนที่มี

จากนั้นลดพลังชีวิตของมัน เพื่อทำให้มันอ่อนแอลง และทำให้สามารถจับได้ง่ายขึ้น ซึ่งการจับโปเกมอนนั้น จะใช้โปเกบอลในการจับ ส่วนเรื่องการพกพาโปเกมอน ผู้เล่นสามารถพกโปเกมอนได้เพียง 6 ตัว เพราะหากเกินกว่านั้น มันจะถูกย้ายไปจัดเก็บแบบอัตโนมัติ แต่ผู้เล่นสามารถสลับโปเกมอน ในทีมได้อย่างอิสระ เพื่อจัดทีมให้เหมาะสม กับการท้าทายยิม และเอาชนะกลุ่มสี่จตุรเทพ (13 ธันวาคม 2025) [2]

เกมโปเกมอนเจนที่ 1 แต่ละภาคต่างอย่างไร?

  • Pokemon yellow เป็นเกมภาคพิเศษ ที่มีการปรับปรุงเนื้อหา ให้สอดคล้องกับอนิเมะ โดยผู้เล่นจะได้ Pikachu เป็นตัวเริ่มต้น และจะเดินตามหลังผู้เล่น
  • Pokemon Red เป็นภาคที่มีการเปิดตัวสองรอบ โดยคู่กับภาค Green ในญี่ปุ่น และคู่กับภาค Blue ในระดับสากล ส่วนที่แตกต่างคือ มีโปเกมอนเฉพาะ Arcanine, Scyther, Electabuzz, Ekans และ Oddish
  • Pokemon Green ไม่ต่างจากภาค Red เพราะอย่างที่บอก มันเปิดมาพร้อมกัน ซึ่งส่วนที่แตกต่างก็เหมือนกัน คือเรื่องของโปเกมอนเฉพาะภาค Ninetales, Pinsir, Magmar, Sandshrew และ Bellsprout และภาค Green เป็นภาคเดียวที่ไม่มีการแปลภาษาอังกฤษ
  • Pokemon Blue ภาคนี้เป็นการปรับปรุงใหม่ โดยมีการแก้บั๊ก และกราฟิกของโปเกมอนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สวยงามขึ้น รวมถึงเปลี่ยนตำแหน่งโปเกมอนป่าบางจุด มีโปเกมอนเฉพาะภาค แถมเกมภาคนี้ ยังเป็นฐานในการสร้างภาค Red และ Blue เวอร์ชันภาษาอังกฤษอีกด้วย

เกม Pokemon Gen 1 ยิมทั้ง 8 แตกต่างกัน

รีวิวเกม Pokemon Gen 1

เป็นเรื่องจริง ที่ยิมในเกมโปเกมอนเจน 1 ทั้ง 8 แห่ง มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธาตุโปเกมอน จำนวนโปเกมอนที่ใช้ และตราสัญลักษณ์ที่มอบให้ผู้เล่น จะแตกต่างกัน โดยยิมแรกจะใช้ธาติหิน ยิมที่สองใช้ธาตุน้ำ ยิมที่สามใช้ธาตุไฟฟ้า ยิมที่สี่ใช้ธาตุหญ้า ยิมที่ห้าใช้ธาตุพิษ ยิมที่หกใช้ธาตุพลังจิต ยิมที่เจ็ดใช้ธาตุไฟ และยิมสุดท้ายใช้ธาตุดิน (14 สิงหาคม 2022) [3]

ซึ่งความท้าทายที่แท้จริง ของการพิชิตยิมทั้ง 8 แห่ง ไม่ได้อยู่ที่การเอาชนะหัวหน้ายิมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการไขปริศนา และฝ่าฟันอุปสรรคภายในยิม เมื่อผู้เล่นสามารถรวบรวมเข็มกลัดได้ครบทั้ง 8 อันแล้ว เส้นทางต่อไป ก็คือการมุ่งหน้าสู่ด่านทดสอบสุดโหด อย่างการเจอกับ กลุ่มสี่จตุรเทพ และต้องเอาชนะให้ได้ เพื่อที่จะไปเจอกับบททดสอบสุดท้าย และกลายเป็นแชมเปี้ยนอย่างเป็นทางการ

ธาตุของโปเกมอน มีการแพ้ชนะทางกัน

ระบบธาตุในเกมโปเกมอนเจเนอเรชันที่ 1 ถือเป็นกลไกสำคัญ ที่กำหนดทิศทางการวางกลยุทธ์ โดยในยุคแรกนั้น จะมีทั้งหมด 15 ธาตุ ได้แก่ Normal, Fire, Water, Grass, Electric, Ice, Fighting, Poison, Ground, Flying, Psychic, Bug, Rock, Ghost และ Dragon ที่มีการแพ้ทาง และชนะทางกัน ยกตัวอย่างเช่น ธาตุไฟสร้างความเสียหายได้รุนแรง ต่อธาตุหญ้า และแมลง แต่ไฟจะแพ้ทางธาตุน้ำ และหิน

ซึ่งผู้เล่นจะต้องใช้การจดจำ และจดจำความสัมพันธ์ ระหว่างธาตุให้ครบทั้งหมด เพื่อสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้กับยิมทั้ง 8 แห่ง กลุ่มสี่จตุรเทพ จนได้กลายเป็นแชมเปี้ยน เพราะเป็นการปิดจุดอ่อนของโปเกมอนภายในทีม และสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือ ตามความถนัดของผู้เล่น ที่แตกต่างกันไป โดยระบบธาตุนั้น เป็นเสน่ห์ที่ทำให้การต่อสู้ในโลกของโปเกมอน มีความลึกซึ้งมากขึ้น

เกมโปเกมอน Gen 1 สี่จตุรเทพไม่ใช่จุดสิ้นสุด

เมื่อผู้เล่นเอาชนะสี่จตุรเทพได้แล้ว ผู้เล่นจะพบว่า ตัวเกมยังไม่จบลง เพราะภายหลังจากมีการเปิดเผยว่า ตำแหน่งแชมเปี้ยนได้ถูกครอบครองไปก่อนแล้ว ซึ่งถูกครอบครองโดยคู่แข่ง ทำให้บททดสอบสุดท้ายที่แท้จริง คือการประลองกับแชมเปี้ยนคนใหม่ ที่ในเนื้อเรื่องเป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็ก และคู่ปรับที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมโปเกมมอนเจนแรก

ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้ ถือเป็นบทสรุปของเนื้อเรื่อง ที่มีความเข้มข้นที่สุด ก่อนที่จะได้ครองตำแหน่งแชมเปี้ยน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ตัวเกมยังมีเนื้อหา และกิจกรรมหลังจบเกม เพื่อให้ผู้เล่นได้ออกสำรวจต่อ และมีอะไรทำต่อไป ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า โลกของโปเกมอนในเจนแรกนั้น มีความลึกซึ้ง และมีกิจกรรมให้ทำอย่างต่อเนื่อง

เกม Pokemon Gen 1 โดยสรุป

โดยสรุปแล้ว เกมโปเกมอนเจน 1 ถือเป็นรากฐานที่แข็งแกร่ง ของเกมซีรีส์นี้ เพราะถูกเติมเต็มด้วยจินตนาการ ผ่านการเดินทางในภูมิภาค Kanto และความสนุกในการสะสมโปเกมอนทั้ง 151 ตัว ให้ครบตามเป้าหมาย แต่ถึงแม้ระบบการเล่นในยุคนั้น อาจจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่มันคือจุดเริ่มต้นที่ยังคงสร้างความประทับใจ และเป็นมาตรฐานของเกมโปเกมอน มาจนถึงปัจจุบันนี้

เกมโปเกมอนเจนแรก หาเล่นจากที่ไหน?

หากต้องการย้อนกลับไป เพื่อสัมผัสกับความคลาสสิก ของเกมโปเกมอนเจนแรก สามารถหาเล่นได้จากหลายช่องทาง โดยช่องทางที่ง่ายที่สุด ก็คือเล่นผ่านอีมูเลเตอร์ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเข้าถึงไฟล์เกมดั้งเดิม ผ่านโปรแกรมจำลองได้ฟรี แต่มันไม่ถูกลิขสิทธิ์ หรือหากมีงบประมาณ ก็หาซื้อเครื่องเกมบอย หรือหาซื้อแผ่นเกมมือสอง จากแหล่งร้านค้าออนไลน์ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

เกมโปเกมอนเจนแรก มีโปเกมอนลึกลับจริงหรือ?

เรื่องราวของโปเกมอนลึกลับ ในเกมโปเกมอนเจนแรกนั้น มีอยู่จริง โดยโปเกมอนลึกลับตัวนั้น มีชื่อว่า Mew ซึ่งเป็นโปเกมอนลำดับที่ 151 ที่ไม่มีให้จับตามเนื้อเรื่องหลัก เนื่องจากถูกใส่เข้ามาในรหัสเกมช่วงสุดท้าย เพื่อเป็นเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ภายในทีมพัฒนาเท่านั้น แต่ในภายหลัง ก็มีการจัดกิจกรรมแจกมิวอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง