
รีวิวเกม Pokemon Gen 2 ตัวเกมเป็นอย่างไร?
- ไข่น้อย
- 9 views

รีวิวเกม Pokemon Gen 2 คือเกมโปเกมอนภาคต่อ ที่ขยายขอบเขตจินตนาการจากเจนแรก เพื่อให้มีความกว้างใหญ่ขึ้น โดยตัวเกมจะเริ่มต้นด้วยการพาเล่น เข้าไปสู่ภูมิภาค Johto ที่บรรยากาศภายในเกม จะมีการเปลี่ยนไปตามเวลาในโลกจริง ไม่ว่าจะเป็นแสงสีของท้องฟ้าที่มืดลงในยามค่ำคืน หรือชนิดของโปเกมอน ที่จะปรากฏตัวแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา แถมยังมีการแก้บัคจากเจนแรกแล้วด้วย
เกมโปเกมอนเจนที่สองนั้น ในช่วงแรกได้จำหน่ายพร้อมกันสองภาค ซึ่งได้แก่ภาค Gold และภาค Silver ที่วางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 1999 จากนั้นจึงจำหน่ายต่อให้กับทางอเมริกาเหนือ เมื่อปี 2000 และทางยุโรป เมื่อปี 2001 โดยเกมทั้งสองภาค จะมีการนำเสนอโปเกมอนใหม่ 100 ชนิด ผ่านการเดินทาง เพื่อก้าวขึ้นเป็นสุดยอดเทรนเนอร์โปเกมอน
แต่หากต้องการเติมเต็มข้อมูลของ เหล่าโปเกมอนให้ครบ ผู้เล่นจะต้องแลกเปลี่ยนโปเกมอนกันเอง ระหว่างสองภาคนี้ และนอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายภาคเสริม ที่มีชื่อภาคว่า Pokemon Crystal (27 มีนาคม 2026) [1] ที่มีการเขียนต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์หลายอย่างเข้าไปในเกม แถมเนื้อเรื่องยังได้เน้นการเล่าถึง โปเกมอนในตำนานอย่าง Suicune ที่มีเนื้อหาน่าติดตามมาก ๆ อีกด้วย
การเล่นของเกมโปเกมอนเจน 2 เช่นเดียวกับเจนก่อนหน้า เพราะยังใช้มุมมองแบบบุคคลที่สามจากด้านบน ที่ผู้เล่นจะได้ควบคุมตัวละครหลักโดยตรง และพบกับพื้นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ป่า ถ้ำ และทะเล และทุ่งหญ้า ซึ่งมันเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าโปเกมอนมากมาย ที่ผู้เล่นสามารถสุ่มพบ และจะเปลี่ยนเข้าสู้ฉากต่อสู้ ที่เป็นแบบเทิร์นเบส ที่ต้องสลับกันโจมตี
แต่เป้าหมายหลักที่แท้จริงของ เนื้อเรื่องเกม Pokemon Gen 2 คือการที่ผู้เล่นได้เป็นแชมป์เปี้ยน และเก็บข้อมูลโปเกมอนให้ครบทุกตัว โดยอาศัยกลไกการสะสมค่าประสบการณ์ เพื่อพิ่มเลเวลของโปเกมอน ที่ส่งผลต่อค่าสถานะในการต่อสู้ และปลดล็อกท่าต่อสู้ใหม่ ๆ เพื่อให้โปเกมอนสามารถเรียนรู้ได้ (5 พฤศจิกายน 2025) [2] ซึ่งมันจะทำให้โปเกมอนของผู้เล่นเก่งขึ้น และสามารถต่อกรกับโปเกมอนป่า และคู่ต่อสู้ได้ง่ายขึ้น

ในเกมโปเกมอนเจนที่สองนั้น จากที่ได้ลองเล่นมา หลังจากที่ผู้เล่นได้เป็นแชมป์เปี้ยนแล้ว ผู้เล่นยังสามารถเดินทางไปยัง ภูมิภาคคันโตต่อได้ แต่เป็นภูมิภาคคันโต ที่ถูกย่อขนาดลงอย่างมาก แต่ถึงแม้จะดูเล็กลงไป แต่ความรู้สึกที่ได้เห็นสถานที่เก่า ๆ มีก็ยังคงน่าประทับใจ แถมผู้เล่นยังสามารถไล่เก็บเข็มกลัดอีก 8 ชิ้นที่เหลือในคันโต เพื่อพิสูจน์ฝีมือ จนนำไปสู่บทสรุปสุดท้ายของเกม
ที่จะต้องเดินทางไปเผชิญหน้ากับ ตัวเอกจากภาคแรก ที่ยืนรออยู่บนยอดเขา ซึ่งถือเป็นการปิดตำนานการเชื่อมต่อระหว่าง เกมโปเกมอนทั้งสองเจนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถือว่าเนื้อเรื่องของเกมโปเกมอนเจนสอง มีความยาว และเข้มข้นมากในยุคนั้น เพราะการที่ผู้เล่นต้องฝ่าฟันอุปสรรค เพื่อครอบครองเข็มกลัดจากทั้งสองภูมิภาคในเกมโปเกมอน เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก
เป็นความจริง เพราะมีโปเกมอนหลายตัว ที่ไม่สามารถหาได้ในระหว่างการเล่นเกม ในเกมโปเกมมอนเจนที่ 2 แต่ยังหาจากการแลกเปลี่ยนได้ โดยโปเกมอนส่วนมากที่หาไม่ได้นั้น จะเป็นโปเกมอนจากเจนแรก อย่างเช่นโปเกมอนเริ่มต้นสามตัวแรก และทุกร่างของมัน หรือจะเป็นพวกโปเกมอนเฉพาะของแต่ละภาค และโปเกมอนในตำนานต่าง ๆ รวมไปถึงโปเกมอนวิวัฒนาการพิเศษด้วย
ซึ่งทำให้การจะสะสมโปเกมอนให้ครบ ในเกมโปเกมอนเจนสอง จำเป็นต้องพึ่งพาตัวเกมโปเกมอนเจนแรกด้วย เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเติมเต็มช่องว่างของ ข้อมูลโปเกมอนที่ขาดหายไป ส่งผลให้หัวใจสำคัญของเกมโปเกมอนทุกภาค ไม่ใช่เพียงแค่การจับโปเกมอนป่า แต่คือการบรรลุเป้าหมายสูงสุด เพื่อครอบครองโปเกมอนให้ครบ และก้าวขึ้นเป็นมาสเตอร์ที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง
เมื่อถึงช่วงหนึ่งของเนื้อเรื่อง ภายในเกมโปเกมอนเจนสอง ผู้เล่นจะได้รับไข่โปเกมอนมา 1 ฟอง ซึ่งมันเป็นไข่ปริศนา ที่ผู้เล่นจะต้องนำไปส่งคืนศาสตราจารย์ แต่หลังจากตรวจสอบ ศาสตราจารย์จะอนุญาตให้ผู้เล่น ได้ดูแลต่อจนกว่ามันจะฟักออกมา โดยโปเกมอนที่ฟักออกมานั้น ได้แก่โปเกมอนที่ชื่อว่า Togepi ซึ่งเป็นโปเกมอนที่วิวัฒนาการร่าง ผ่านการเพิ่มเลเวลตามปกติไม่ได้
เพราะมันจะต้องวิวัฒนาการร่าง โดยใช้ค่าความเชื่อง ที่ต้องสะสมผ่านการพาร่วมเดินทาง ต่อสู้ หรือการใช้ไอเทมดูแลต่าง ๆ จนเมื่อค่าความเชื่องถึงจุดสูงสุดและเลเวลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ มันจึงจะวิวัฒนาการกลายเป็น Togetic ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญ ที่ทำให้ผู้เล่นต้องให้ความสำคัญกับ การปฏิสัมพันธ์กับโปเกมอน มากกว่าแค่การเก็บเลเวลเพียงอย่างเดียว
โดยสรุปแล้ว เกมโปเกมอนเจนที่สอง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มโปเกมอนใหม่ แต่คือการขยายขอบเขตจินตนาการของโลกโปเกมอน ให้มีความกว้างใหญ่ยิ่งขึ้น ด้วยระบบที่ลุ่มลึกอย่างการฟักไข่ วงจรเวลาที่เดินตามโลกจริง และการผสมผสานเนื้อเรื่องกับเจนแรก ที่ทำได้อย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็นบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ ที่เป็นผลงานกำหนดทิศทางของ ซีรีส์โปเกมอนมาจนถึงทุกวันนี้
สำหรับการหาซื้อเกมโปเกมอนเจนสอง ปัจจุบันนี้ต้องไปเดินดูตามแหล่งรวมเกมเก่า หรือคอยส่องตามกลุ่มซื้อขายเกมมือสอง แต่ถ้าเน้นความสะดวกสบาย หาง่าย ราคาถูก แต่อาจจะไม่ใช้แผ่นแท้ ก็หาซื้อจากร้านค้าออนไลน์ได้เช่นกัน ซึ่งถือว่าตอบโจทย์คนที่อยากย้อนวัย โดยที่ไม่ต้องเดินหาเอง เพราะเพียงแค่จ่ายเงิน แล้วรอของมาส่งตามที่ขนส่งกำหนดเอาไว้
สำหรับสีตลับเกมแท้ของ เกมโปเกมอนเจนสองนั้น จะมีสีที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ตามชื่อภาค โดยภาค Gold ตลับเกมจะเป็นสีทอง ส่วนภาค Silver จะเป็นสีเงิน และมีความแวววาวของกากเพชรเล็กน้อย ส่วนภาค Crystal ตัวตลับจะเป็นพลาสติกสีฟ้าใส ที่มองเห็นแผงวงจรด้านใน และผสมกากเพชรระยิบระยับไว้ในเนื้อพลาสติก ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญ ที่ช่วยแยกแยะตลับแท้ ออกจากตลับก๊อบปี้

