
รีวิวเกม Pokemon Green เปิดเฉพาะญี่ปุ่นจริงหรือ?
- ไข่น้อย
- 2 views

รีวิวเกม Pokemon Green เป็นเรื่องจริง ที่เกมโปเกมอนภาคกรีน เปิดให้เล่นเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเปิดตัวมาพร้อมกับภาค Red เวอร์ชันแรก ที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง แต่ถือเป็นต้นกำเนิดของซีรีส์เกมโปเกมอนเจนแรก ก่อนที่จะได้รับการปรับปรุง และทำเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษ เพื่อจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งเกมโปเกมอนภาคกรีน เรียกได้ว่าเป็นของหายาก ที่มีเฉพาะตลับญี่ปุ่นเท่านั้น
เกมโปเกมอนภาคกรีนนั้น วางจำหน่ายครั้งแรกพร้อมกับ Pokemon Red เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1996 เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ก่อนที่จะมีภาคปรับปรุงเป็นภาษาอังกฤษ แต่วางจำหน่ายในชื่อ Pokemon Blue กับ Red ที่ได้วางมาตรฐานหลายอย่าง ให้กับซีรีส์เกมโปเกมอนภาคต่อ อย่างเช่น Pokemon Gold และ Silver ที่เปิดให้บริการในปี 1999 อีกด้วย
แถมยังนำมาสร้างใหม่ ในปี 2004 โดยใช้ชื่อว่า Pokemon LeafGreen ที่เปิดตัวพร้อมกับเกม Pokemon FireRed และเครื่อง Game Boy Color ซึ่งมันประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยภาคกรีน และภาคเรด สามารถทำรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ และเวอร์ชันที่สามอย่างภาคบลู ก็มียอดขายรวมกันมากถึง 10.23 ล้านชุด ในประเทศญี่ปุ่น (8 เมษายน 2026) [1]
การเล่นของเกมโปเกมอนเจนแรก ทั้งหมดจะเล่นเหมือนกัน นั่นก็คือการที่ผู้เล่นจะได้ออกเดินทาง ในภูมิภาคคันโต ที่มีโปเกมอน 151 ชนิดรออยู่ โดยเมื่อเริ่มต้นเกมมา ผู้เล่นจะอยู่ที่เมืองพาเล็ต จากนั้นผู้เล่นก็จะได้เลือกโปเกมอนเริ่มต้น 1 ตัว จากสามตัวที่มีให้เลือก ซึ่งได้แก่ Bulbasaur Charmander และ Squirtle ที่เป็นธาตุหญ้า ไฟ และน้ำ โดยมีคู่แข่ง ที่เลือกโปเกมอนธาตชนะทาง
จากนั้น ผู้เล่นก็จะต้องออกเดินทาง และเอาชนะหัวหน้ายิมทั้งหมดให้ได้ เพื่อที่จะสามารถเดินทางต่อไปยัง Victory Road เพื่อต่อสู้กับเทรนเนอร์ที่แข็งแกร่ง อย่างกลุ่มสี่จตุรเทพ และเมื่อเอาชนะได้แล้ว ผู้เล่นก็จะได้เจอกับแชมป์เปี้ยน ซึ่งหากเอาชนะได้ ผู้เล่นก็จะได้เป็นแชมป์เปี้ยนคนต่อไป (สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2026) [2]
เกม Pokemon Green ต่างจากภาคสากล ที่มีแค่ภาค Red และ Blue เท่านั้น โดยความต่างของภาคกรีม ก็มีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความจุกล่องโปเกมอนที่ต่างกัน โดยภาคสากล จะมีทั้งหมด 12 กล่อง ส่วนภาคกรีมนั้น จะมีเพียงแค่ 8 กล่อง แต่ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพราะเก็บโปเกมอนได้ทั้งหมด 240 ตัว แถมการเคลื่อนไหวของโปเกมอน ก็มีการเปลี่ยนไปเช่นกัน
นอกจากนี้ ก็จะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหา และบทบทสนทนาเล็กน้อย เพราะลักษณะของการแปลที่แตกต่างกัน อีกทั้งเรื่องของเพลงในเมือง Lavender Town ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ไม่รุนแรง เพราะมีข่าวลือว่า การฟังเพลงของเมืองลาเวนเดอร์ในเวอร์ชันดั้งเดิม จะทำให้หงุดหงิด และอาจเป็นบ้า จึงมีการปรับทำนองให้ฟังดูนุ่มนวลขึ้น และยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ภาคกรีนแตกต่างจากภาคสากล (
31 มีนาคม 2021) [3]

หลังจากเกมโปเกมอนภาคแรก ได้วางจำหน่าย ก็มีข่าวลือน่ากลัวเกิดขึ้น ซึ่งจากข้อมูลที่ค้นหามา พบว่ามีเด็กหลายราย ซึ่งอายุประมาณ 7 – 12 ปี ที่ไม่มีประวัติการเจ็บป่วยมาก่อน เล่นเกมโปเกมอนจนถึงเมืองผีสิง หรือเมืองในเกมโปเกมอนที่ชื่อว่า เมืองลาเวนเดอร์ จากนั้นก็เริ่มมีโรคภัยไข้เจ็บลึกลับ ซึ่งข่าวลือเชื่อกันว่า เป็นเพราะเสียงเพลงประกอบ มีเสียงแหลมแปลก ๆ ออกมา จนทำให้เด็กเริ่มป่วยปวด
และเมื่อมีข่าวลือแย่ ๆ เกิดขึ้น จึงทำให้ทีมงานเปลี่ยนเพลงใหม่ อย่างไรก็ตาม จากข่าวลือนี้ ก็มีกระแสหนึ่งออกมาบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย แต่ก็มีคนเชื่อไปเยอะแล้ว ส่วนการเปลี่ยนเพลงในภาคสากลนั้น เป็นเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพเสียงให้ดีขึ้น ตามมาตรฐานปกติ ที่จะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น และเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ในเกมโปเกมมอนภาคกรีม ก็มีโปเกมอนเฉพาะ ที่เหมือนกับการ รีวิวเกม Pokemon Red ที่ทั้งสองภาคนี้ จะมีโปเกมอนเฉพาะที่แตกต่างกัน เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกันภายหลัง โดยใช้อุปกรณ์เสริม ซึ่งโปเกมอนเฉพาะในภาคกรีน ก็จะมี Sandshrew, Sandslash, Vulpix, Ninetales Meowth, Persian, Bellsprout, Weepinbell, Victreebel, Magmar และ Pinsir
ซึ่งการมีโปเกมอนเฉพาะภาค ถือเป็นเสน่ห์สำคัญ ที่ทำให้เกิดสังคมการแลกเปลี่ยน และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกด้วย สำหรับในยุคสมัยนั้น ที่เป็นสื่อกลางของการแบ่งปัน ซึ่งความคลาสสิกของระบบ ที่ใช้แลกเปลี่ยนโปเกมอน ก็ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญ ที่ทำให้ซีรีส์เกมโปเกมอน ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และครองใจแฟนเกมมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อผู้เล่นได้เป็นเป็นแชมป์เปี้ยน ยังมีภารกิจสำคัญ และพื้นที่ลับ ที่รอให้ผู้เล่นไปสำรวจต่อ อย่างภารกิจที่โดดเด่นที่สุด คือการตามหา Mewtwo ที่หลบซ่อนตัวอยู่ใน Cerulean Cave หรือการตามหาโปเกมอนลึกลับ อย่าง Mew ผ่านกิจกรรมพิเศษ แต่เป้าหมายสุดท้าย หรือเป้าหมายที่แท้จริงของเกมนี้ ก็คือการรวบรวมโปเกมอนให้ครบทั้งหมดทุกประเภท
ซึ่งการรวบรวมโปเกมอน ให้ครบทุกประเภทในสมัยนั้น บอกเลยว่ายากมาก เพราะมีข้อจำกัดทางเทคโนโลยี และ Internet จึงทำให้ในยุคนั้น การจะเติมเต็มโปเกมอนในสมุดภาพ Pokedex ให้ครบทุกประเภทภายในเกม จึงจำเป็นต้องอาศัยการนัดเจอเท่านั้น อีกทั้งยังมีโปเกมอนบางกลุ่ม ที่เป็นอุปสรรคต่อการสะสม อย่างเช่นโปเกมอนที่ต้องวิวัฒนาการผ่านการแลกเปลี่ยน
โดยสรุปแล้ว เกมโปเกมอนภาคกรีน คือหน้าประวัติศาสตร์ของเกมโปเกมอน แม้ว่าจะเป็นภาคที่วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น เพราะพบปัญหาที่ต้องได้รับการปรับปรุง แถมยังมีข่าวลือแปลก ๆ เกี่ยวกับเพลงของเกมอีกด้วย แต่มันกลายเป็นเสน่ห์ที่ถูกกล่าวถึง ในฐานะจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของเกมโปเกมอน และเป็นแรงบันดาลใจให้กับซีรีส์เกมโปเกมอนทุกภาค มาจนถึงปัจจุบันนี้
ยังหาซื้อได้ แต่อาจจะยากกว่าภาคสากล เพราะตลับแท้ของ Pokemon Green เลิกผลิตไปนานมากแล้ว แถมยังผลิต และจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ส่วนแหล่งซื้อขายที่ยังพอหาได้ ก็จะมีร้านค้าออนไลน์ยอดนิยมทั่วไป ส่วนราคาขึ้นอยู่กับสภาพของตลับเกม
ปกของตลับเกมโปเกมอนภาค Green จะใช้เป็นรูปโปเกมอนร่างสาม ที่เป็นร่างโปเกมอนเริ่มต้น ที่ผู้เล่นจะได้เลือก 1 ใน 3 ตัวอีกด้วย ซึ่งได้แก่ Venusaur โดยร่างแรกของโปเกมอนตัวนี้ ก็คือ Bulbasaur ที่ตอกย้ำถึงชื่อเกม และกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำภาค เพราะเวอร์ชันรีเมคอย่าง LeafGreen ก็ใช้รูปของ Venusaur เช่นกัน เพื่อให้นึกถึงการผจญภัยครั้งแรก

