
รีวิวเกม The Outer Worlds ออกสำรวจอาณานิคมบนอวกาศ
- Chono
- 19 views

รีวิวเกม The Outer Worlds ผลงานเกมแอ็กชัน RPG ที่ถูกพัฒนาโดยทีมงาน Obsidian Entertainment และจัดจำหน่ายโดยบริษัท Private Division โดยเกมนี้ จะมาในรูปแบบเกมแอ็กชัน ที่ผู้เล่นจะได้ออกไปสำรวจอวกาศ ที่อยู่ห่างไกลจากโลก และคุณยังเป็นผู้กำเนิดเรื่องราว โดยที่ตัวเกมไม่มีการบังคับแม้แต่อย่างใด
The Outer Worlds เกมแอ็กชันสวมบทบาท (RPG) ที่เปิดให้บริการในปี 2019 ซึ่งผู้ที่ออกแบบเกมนี้ นำทีมโดยทิโมธี เคน และลีโอนาร์ด โบยาร์สกี หนึ่งในผู้สร้างเกม Fallout (วางจำหน่ายในปี 1997) โดยเกมนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจาก Firefly, Deadwood และซีรีส์ Futurama (ออกอากาศครั้งแรกในปี 2003)
โดยเนื้อเรื่องของเกมนี้ คุณจะได้ท่องจักรวาลเกี่ยงลำพัง บริษัทผู้มีอำนาจ กลายเป็นผู้มีสิทธิ์ขาด ในการดูแลเมืองเล็ก เมืองใหญ่ คุณจะได้รับบทเป็นผู้โดยสารของยาน Colony ซึ่งหายสาบสูญไปในอวกาศ นานกว่า 70 ปี เมื่อคุณลืมตาขึ้นมาบนโลกอีกครั้ง กลับพบว่าจักรวาลอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยความลึกลับ และสิ่งประหลาดตา
นับตั้งแต่เริ่มเล่นเกม คุณจะเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่องของเกมนี้ทันที สามารถเลือกคุยกับ NPC ในช่วงแรก เพื่อดำเนินเรื่องราวในอีกรูปแบบหนึ่ง หรือเลือกที่จะฆ่า NPC ตัวนั้นทิ้งก็ได้ เพื่อทำให้เรื่องราว ปรับเปลี่ยนในอีกรูปแบบหนึ่ง ตัวเกมมีการสอดแทรกเนื้อหาตลก และไม่มีความตึงเครียดเท่ากับเกม Fallout New Vegas (14 พฤศจิกายน 2019) [1]
ในส่วนของระบบการเล่นของเกมนี้ ที่มาในรูปแบบวิดีโอเกมสวมบทบาท นำเสนอในมุมมองบุคคลที่ 1 ในช่วงเล่น คุณสามารถออกแบบตัวละครได้ และจะได้รับคะแนนคุณสมบัติ 6 คะแนน เพื่อกระจายไปยังหมวดหมู่ต่างๆ ได้แก่ อารมณ์, สติปัญญา, การรับรู้, ความแข็งแกร่ง, เสน่ห์ และความคล่องแคล่ว
ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ จะเป็นตัวกำหนดพื้นฐานของตัวละคร ที่ใช้สำหรับการต่อสู้ หรือลอบเร้น และการมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆ ภายในเกม เช่น หากตัวละครของคุณมีความแข็งแกร่ง จะมีพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน หากตัวละครมีเสน่ห์และการรับรู้ จะมีตัวเลือกในบทสนทนาเพิ่มเติมอีกเช่นกัน
และในส่วนของระบบการต่อสู้ ผู้เล่นสามารถเล่นเชิงรุก โดยใช้อาวุธปืน และอาวุธระยะประชิด แต่อาวุธบางชนิด จะมีความเสียหายเฉพาะตัว ซึ่งผู้เล่นสามารถสร้างความเสียหายธาตุต่างๆ ให้กับศัตรู และอาวุธจะแบ่งตามระดับความยาก ยิ่งอาวุธที่หายากมากเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแกร่ง และมีพลังโจมตีที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น (26 มกราคม 2026) [2]
สเปคขั้นต่ำสำหรับเล่นเกมบน PC
ประกาศจากผู้ให้บริการเกม ทางแพลตฟอร์ม Steam ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 เป็นต้นไป จะเปิดให้บริการเกมบน Windows 10 และเวอร์ชันที่ใหม่กว่าขึ้นไปเท่านั้น หรือใครที่อยากดูบทความแนะนำเกมอื่นๆ จากทางผู้เขียน สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ เกมสตรีม น่าเล่น

นับตั้งแต่ที่ตัวเกมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ภายในเดือนตุลาคม 2020 ทางเว็บไซต์ SteamDB พบว่ามีผู้เล่นจำนวน 20,349 คน ได้เข้าไปร่วมรับความสนุกของตัวเกม ส่งผลให้เกมนี้ติดอันดับ 2,278 เกมที่ขายดีที่สุดบนสตรีม และมีการรับชมการถ่ายทอดสดเล่นเกมบน Twitch ซึ่งพบว่ามีผู้คนเข้ามารับชมมากถึง 182,026 ผู้ชม
สำหรับรายละเอียดเนื้อหาส่วนถัดไป ทางผู้เขียนบทความ จะพาผู้อ่านทุกท่าน ไปดูข้อมูลเกี่ยวกับคะแนนรีวิว ที่ตัวเกมได้รับจากเว็บไซต์ต่างประเทศ พร้อมกับยกตัวอย่างคำวิจารณ์ ที่มาจากเหล่านักเล่นเกม เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจ ว่าจะเลือกซื้อตัวเกมหรือไม่ มีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังเนื้อหาต่อไปนี้
ที่มา: มัดรวมคะแนนรีวิวเกม (24 ตุลาคม 2025) [3]
ต้องขอบอกเลยว่า หากผู้อ่านท่านใด ที่ชื่นชอบการเล่นเกม แต่ไม่อยากต้องไปแข่งขันกับผู้เล่นคนอื่นๆ เกมนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี ซึ่งเป็นเกมที่เล่นคนเดียว และดำเนินเรื่องราวด้วยตัวของผู้เล่นเอง และที่สำหรับ เกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเกมแอ็กชัน RPG สวมบทบาท ที่ควรค่าแก่การเล่นเป็นอย่างมาก
หากท่านใดที่เกิดความสนใจ และอยากจะลองเข้าไปสัมผัสความสนุกของตัวเกม สามารถเข้าไปสั่งซื้อ และดาวน์โหลดตัวเกมได้ที่แพลตฟอร์ม Steam ในราคาเริ่มต้น 749 บาท ราคาตัวเกมแบบแพ็กเกจ The Final Cut ในราคา 1,096.20 บาท และราคาแบบแพ็กเกจพิเศษ ในราคา 1,421.10 บาท (สืบค้นเมื่อ 28 มกราคม 2026)
หลังจากที่เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการ ตัวเกมก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2019 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Game Critics ในสาขาเกมต้นฉบับที่ดีที่สุด, เกมพีซีที่ดีที่สุด และเกมสวมบทบาทที่ดีที่สุด และในปี 2020 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล 20th Game Developers Choice ในสาขาเกมที่มีเนื้อเรื่องที่ดีที่สุด

