
ส่องสถิติ ลอตเตอรี่ช่วงเทศกาล ขายดีแค่ไหน กันนะ
- Blackcat
- 9 views

ลอตเตอรี่ช่วงเทศกาล ขายดีแค่ไหน ช่วงเทศกาลลอตเตอรี่ ถือเป็นดัชนีชี้วัดกำลังซื้อที่คึกคักเป็นพิเศษ โดยยอดขายมักพุ่งสูงจนสลากกว่า 100 ล้านใบเกลี้ยงแผง สะท้อนถึงการสะพัดของเม็ดเงิน ในระบบเศรษฐกิจของไทย

ลอตเตอรี่ช่วงเทศกาล ขายดีแค่ไหน ความนิยมของสลากกินแบ่ง ในช่วงเทศกาลไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรม และการส่งต่อความรู้สึกเชิงบวก ลอตเตอรี่จึงถูกยกระดับจากการเสี่ยงโชคกลายเป็น ของขวัญ หรือ กิจกรรมสันทนาการ ในครอบครัว
การซื้อหวยนั้นเปลี่ยนไป เมื่อถึงเวลาช่วงหยุดยาว เช่น เทศกาลสงกรานต์ (เมษายน) หรือ เทศกาลปีใหม่ (ธันวาคม – มกราคม) จากการซื้อทีละใบ กลายเป็นการซื้อสลากชุดมากขึ้น ซึ่งผู้จับจ่ายมากขึ้นจากเดิมในช่วงเวลาพิเศษ และการรวมญาติในช่วงวันหยุดยาว การซื้อสลากกินแบ่งหรือหวย
ยังกลายเป็นกิจกรรมครอบครัว หุ้นกันซื้อ เลยเสียด้วยซ้ำ ทั้งยังมีการดูฤกษ์ยามในการซื้ออย่างจริงจัง เช่น ฤกษ์มงคลเสี่ยงโชค ปี 2569 เลือกวันซื้อลอตเตอรี่เพื่อความเป็นสิริมงคล ตามหลักกาลโยค
ยิ่งเริ่มปีใหม่ คนไทยถือเป็นหนึ่งในการเริ่มใหม่ ฤกษ์งามยามดีในการซื้อสลากกินแบ่งก็เช่นกัน ถ้าไม่เชื่อลองอ่านเนื้อหาฤกษ์งามยามดีต่อได้ที่ Horoscope
หากพิจารณาจากสถิติย้อนหลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายสลากผ่านระบบดิจิทัล (แอปพลิเคชันเป๋าตัง) ในช่วงงวดวันที่ 30 ธันวาคม และ 16 เมษายน มักจะถูกจำหน่ายหมดเร็วขึ้นกว่างวดปกติเฉลี่ย 2-3 วัน โดยพบว่ามีเม็ดเงินสะพัดในระบบการค้าสลาก
เฉพาะช่วงเทศกาลรวมสูงถึง 18,000 – 20,000 ล้านบาทต่อรายงวด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยปกติ ที่มักจะทรงตัวอยู่ตามกำลังซื้อรายย่อย ตัวอย่างเคสที่ถูกรางวัลรับสงกรานต์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569
มีผู้ถูกรางวัลที่ 1 รวม 3 ราย รวมจำนวน 30 ใบ ซึ่งเป็นเงินรางวัลรวม 180 ล้านบาท โดยมีผู้ถูกรางวัลสูงสุดถึง 19 ใบ 1 คน รับไปคนเดียวเลย 114 ล้านบาท และที่เหลือจะสามารถแจงได้ดังนี้
ส่วนสลาก N3 งวดนี้ทำยอดขายได้กว่า 5.54 ล้านใบ โดยเลขรางวัลสามตัวตรงเลข 612 รางวัลละ 4,143 เลขรางวัลสลับสามตัว ตัวละ 770 บาท เลขรางวัลสองตัวตรง 77 รางวัลละ 697 บาท และรางวัลพิเศษรางวัลละ 693,756.00 บาท
ที่มา: เศรษฐีใหม่รับสงกรานต์ สลากดิจิทัลถูกคนเดียว 19 ใบ รวยเละ 114 ล้านบาท (16 เมษายน 2026) [1]

ความหนาแน่นของการซื้อ กระจายตัวไปตามทิศทางการเคลื่อนย้ายแรงงาน จากข้อมูลการสำรวจพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อสูงสุด
โดยมีสัดส่วนรวมกันเกือบ 50% ของยอดจำหน่ายทั้งประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น และมีการกระจายรายได้กระจุกตัวในช่วงเทศกาล
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2565 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการเปิดเผยว่าโครงการ สลากดิจิทัล ที่ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้มีการเปิดจำหน่ายจำนวน 5 ล้านใบ
ในช่วงวันที่ 2 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2565 เวลา 20.00 น. ได้มีประชาชนเข้ามาซื้อสลากแบบดิจิทัล ที่ขายผ่านแพลตฟอร์มของ เป๋าตัง รวมกว่า 4,433,963 ใบ โดยจำนวนผู้ซื้อมีมากถึง 1,064,294 คน (5 มิถุนายน 2022) [2]
พฤติกรรมการซื้อหวยของคนไทย
จากข้อมูลในปี 2544 มีผู้เล่นหวยใต้ดิน จากทั่วประเทศสูงถึง 23.7 ล้านคน และวงเงินการซื้อขายหวยใต้ดิน มีมูลค่าอยู่ในช่วงระหว่าง 92,000 ถึง 542,000 ล้านบาท และพบว่าการขายหวยใต้ดินเป็นเงินสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องรวมปีละประมาณ 11,000 ล้านบาท
และจากข้อมูลปี 2561 พบว่าร้อยละ 25 ของชาวไทย ได้มีการซื้อลอตเตอรี่และหวยใต้ดิน รวมเป็นเงินกว่า 250,000 ล้านบาทต่อปี ปี 2552 ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก มีการระบุถึงรายจ่ายในการซื้อหวยใต้ดินและลอตเตอรี่ อยู่ที่ 340 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.1% ต่อรายได้ทั้งหมด
ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว
ปี 2560 ที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว รายจ่ายในเรื่อง หวยใต้ดินและลอตเตอรี่อยู่ที่ 452 บาทต่อเดือน คิดเป็น 2.1% ต่อรายได้ทั้งหมด นอกจากนี้ในปี 2560 กลุ่มคนที่มีรายได้สูงกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
ได้มีการซื้อหวยใต้ดินและลอตเตอรี่อยู่ที่ 680 บาท หรือคิดเป็น 1.2% ของรายได้ ส่วนกลุ่มรายได้น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน เฉลี่ยที่ 350 บาท คิดเป็น 2.2% ของรายได้
ที่มา: หวยในประเทศไทย (27 มกราคม 2026) [3]
ลอตเตอรี่ช่วงเทศกาล ขายดีแค่ไหน โดยสรุปแล้ว ลอตเตอรี่ช่วงเทศกาล มียอดขายที่ขยายตัวอย่างชัดเจน โดยมีปัจจัยหนุน คือบรรยากาศการเฉลิมฉลอง และการขยายเพดานสลากดิจิทัล ให้สอดคล้องกับความต้องการ แม้ราคาในตลาดหรือแผงจร อาจพุ่งสูงถึงใบละ 100-120 บาท ในช่วงเทศกาล แต่ความต้องการก็ยังคงมีสูงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ในทางสถิติ ถือว่าไม่ขาดตลาด เนื่องจากมีการพิมพ์ในปริมาณคงที่ แต่เกิดภาวะ กระจายตัวไม่ทั่วถึง เนื่องจากเลขยอดนิยม หรือเลขมงคลประจำเทศกาล มักถูกจับจองจนหมดตั้งแต่วันแรก ๆ ที่วางจำหน่าย ทำให้ผู้ซื้อที่มองหาเลขเฉพาะเจาะจง รู้สึกว่าสลากหาซื้อยากขึ้น
แนะนำว่า ไม่ควรใช้เงินเกิน 5% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายคงที่ ในช่วงเทศกาลมาใช้ในการเสี่ยงโชค เพื่อไม่ให้กระทบกับงบประมาณ ในการเดินทางและการเฉลิมฉลองส่วนอื่น ๆ การเลือกซื้อผ่านช่องทางดิจิทัล ที่ราคาคงที่ 80 บาท ถือเป็นทางเลือกในการบริหารงบประมาณที่ดีที่สุด ในช่วงที่ค่าครองชีพพุ่งสูง

