
พาไปดูว่า วางแผนเส้นทางยังไง ให้ใช้น้ำมันน้อยสุด
- Chono
- 16 views

วางแผนเส้นทางยังไง ให้ใช้น้ำมันน้อยสุด คำตอบก็คือ คุณจะต้องศึกษาเส้นทางให้ดี ว่าเส้นทางที่คุณจะเดินทางไปนั้น มีรถสัญจรมากแค่ไหน ต่อมาก็คือการเช็กสภาพยานพาหนะ ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ตรวจเช็กลมยาง น้ำมัน และไม่ควรบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น เพื่อให้รถยนต์วิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการกินน้ำมันในขณะเคลื่อนที่
จากข้อมูลข้างต้น ที่ทางเราได้นำเสนอวิธี วางแผนเส้นทางยังไง ให้ใช้น้ำมันน้อยสุด หรือวิธีเลือกเส้นทางแบบไหน ที่ช่วยประหยัดน้ำมันมากที่สุด ซึ่งการเลือกเส้นทาง ที่จะช่วยให้คุณประหยัดน้ำมัน คือเส้นทางที่มีรถสัญจรน้อยที่สุด และมีจุดพักรถน้อย แม้ว่าบางเส้นทาง จะมีระยะทางไกลกว่าเล็กน้อย แต่การขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ จะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีกว่า
เติมน้ำมัน ช่วงเวลาไหน คุ้มที่สุด ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน ที่เกิดสงครามระหว่างอิสราเอล และสหรัฐฯ ส่งผลให้น้ำมันมีราคาเพิ่มสูงขึ้น หลายคนมีเทคนิคต่างๆ ที่ช่วยให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันในการเดินทาง บางคนเชื่อว่า การเติมน้ำมันในช่วงเช้ามืด จะได้รับปริมาณน้ำมันมากกว่า หรือการสตาร์ทรถก่อนออกเดินทาง จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีเช่นกัน
และการเลือกเส้นทางในการเดินทาง มีผลต่อการใช้งานน้ำมัน บ้างก็คิดว่า การเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุด จะช่วยประหยัดน้ำมันมากที่สุด แต่ในความเป็นจริงนั้น การเลือกเส้นทางที่รถติดน้อยที่สุด และรถยนต์สามารถวิ่งได้ต่อเนื่อง จะช่วยประหยัดน้ำมันมากกว่า และการขับรถที่ความเร็ว 50-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะช่วยประหยัดน้ำมันเช่นกัน (31 สิงหาคม 2025) [1]
ในช่วงที่ใกล้กับวันหยุดยาว หรือช่วงเทศกาลต่างๆ หลายท่านมีการวางแผนที่จะกลับบ้าน หรือออกไปเที่ยวในระยะเวลานานหลายวัน ดังนั้น หากคุณเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ควรวางแผนการเดินทางให้ดี เพื่อช่วยในการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และช่วยให้รถยนต์ของคุณ เดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังเทคนิคต่อไปนี้
ที่มา: แนะนำ 4 เทคนิค ขับรถท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ (4 ธันวาคม 2024) [2]
รู้หรือไม่ การเลือกเส้นทาง ที่คุณจะเดินทางไปเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆ หรือวันหยุดยาว ซึ่งหากคุณเลือกเส้นทางที่มีไฟแดงไม่เยอะ หรือรถไม่ติด จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีเช่นกัน เนื่องจากลดการเบรก และการออกตัวบ่อยๆ ซึ่งเป็นช่วงที่รถยนต์ เกิดการใช้เชื้อเพลิงมากที่สุด โดยเราจะพาไปดูเหตุผลที่ควรเลือกเส้นทางที่มีไฟแดงน้อย

ท่านใดที่ต้องการเติมน้ำมัน แบบประหยัดงบประมาณ และให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด นั่นก็คือการเติมน้ำมัน ในช่วงเวลาที่อากาศเย็น เช่น ในช่วงเช้ามืด หรือช่วงเวลากลางคืน เพื่อลดการระเหยของน้ำมัน และควรเติมน้ำมันในปริมาณ 3 ใน 4 ของถัง ควรเช็กราคาน้ำมัน และไม่ควรเติมน้ำมัน ในขณะที่รถขนส่งน้ำมัน กำลังเติมน้ำมันลงถัง
เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงถึง 44.24 บาทต่อลิตร ถือเป็นราคาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากที่มีการปรับขึ้นราคา 3.50 บาทต่อลิตร หากย้อนกลับไปในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าราคาน้ำมันดีเซล มีการปรับราคาขึ้นมากถึง 14 บาท ถือเป็นการปรับราคาที่รวดเร็ว และแพงที่สุด
จากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569 แสดงให้เห็นโครงสร้างการจัดหาน้ำมันดิบ โดยประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบ 175.214 ล้านลิตร มาจากตะวันออกกลาง และมีน้ำมันดิบในประเทศไทยเพียงแค่ 9% เท่านั้น ซึ่งราคาน้ำมันที่มีการปรับขึ้น อ้างอิงราคาตลาดโลก (ประเทศสิงคโปร์) ประกาศทุกๆ 1 ทุ่ม (2 เมษายน 2026) [3]
ทุกวันนี้ เทคโนโลยีมีการพัฒนาให้ทันสมัย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานรถยนต์ ซึ่งแอปพลิเคชันที่ช่วยลดการใช้น้ำมัน จะมีแอปพลิเคชันดังต่อไปนี้
ตัวอย่างแอปพลิเคชันช่วยประหยัดน้ำมัน
ท่านใดที่นิยมใช้งานด้วย Google Maps ในการนำทาง เพื่อเลี่ยงไม่ให้เจอรถติด และเห็นผลได้ดีที่สุด วิธีการตั้งค่าแอปพลิเคชันดังกล่าว ด้วยเปิดใช้งานฟีเจอร์รายงานจราจรแบบเรียลไทม์ ปรับตัวเลือกเส้นทาง ให้หลีกเลี่ยงทางด่วน หรือหลีกเลี่ยงค่าผ่านทาง และตรวจสอบการจราจร ก่อนที่จะออกเดินทาง ซึ่งเลือกเส้นทางที่มีสีเขียวเป็นหลัก
อย่างที่เราได้นำเสนอเอาไว้ข้างต้นว่า วิธีการวางแผนเส้นทางการเดินทาง เพื่อให้ประหยัดน้ำมัน คุณควรที่จะศึกษาเส้นทางก่อน เพื่อดูว่าเส้นทางที่คุณต้องการเดินทางนั้น เป็นเส้นทางที่มีรถสัญจรมากแค่ไหน จากนั้นให้คุณหมั่นตรวจสภาพรถยนต์ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีอีกด้วย
คำตอบก็คือ มีผลเป็นอย่างมาก โดยช่วงเวลาที่ใช้ในการเดินทาง ส่งผลโดยตรงต่อการจราจร และความหนาแน่นของรถยนต์ ซึ่งการเดินทางในช่วงที่รถติด จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก ส่งผลต่อการสิ้นเปลืองพลังงาน ดังนั้น การขับขี่ในช่วงเวลากลางคืน จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดี แต่คุณควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
แน่นอนว่าการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีรถหนาแน่น ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมหาศาล เนื่องจากรถติด ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก และมีการหยุดหรือออกตัวบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลให้รถยนต์กินน้ำมันมากกว่าปกติ การเลี่ยงเส้นทางติดขัด หรือเปลี่ยนเวลาเดินทาง แม้จะกินเวลานานกว่าเดิม แต่อาจจะช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้สูงถึง 750 CC

