
พาไปดูว่ามี วิธีเช็กว่าเว็บพนัน เสี่ยงโดนปิดหรือไม่ ?
- Chono
- 8 views

วิธีเช็กว่าเว็บพนัน เสี่ยงโดนปิดหรือไม่ ให้สังเกตจากหน้าตาของเว็บไซต์ ว่ามีความเคลื่อนไหว หรือมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ มีคำอธิบาย เมนูต่างๆ อย่างครบถ้วนหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่แล้ว เว็บพนันที่อาจเสี่ยงโดนปิด จะมีการปรับเปลี่ยนเว็บไซต์กะทันหัน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโดเมน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและปิดกั้น
วิธีเช็ก หรือวิธีสังเกตเว็บพนัน ที่อาจเสี่ยงโดนปิด สำหรับผู้เล่นหรือนักพนัน ที่ชื่นชอบการเสี่ยงดวง ให้สังเกตหน้าตาของเว็บไซต์ไว้ให้ดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เว็บไซต์ที่เสี่ยงโดนปิด จะมีการปรับเปลี่ยนโดเมน หรือ URL กะทันหัน ส่วนใหญ่จะถูกหน่วยงานของรัฐเข้าตรวจสอบ และถ้าหากมีการเปลี่ยนโดเมนบ่อยๆ แสดงว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปิด
ต่อมาให้สังเกตระบบฝากถอนเงิน ซึ่งเว็บพนันที่เสี่ยงโดนปิดบ่อยๆ ระบบส่วนนี้มักจะมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ถอนเงินช้าผิดปกติ มีการปรับเปลี่ยนบัญชีรับฝากเงินบ่อยๆ อาจเกิดจากเว็บพนันหมุนเงินไม่ทัน หรือถูกตรวจสอบเส้นทางการเงิน และสุดท้ายก็คือ การถูกลุ่มผู้เล่นร้องเรียน มักจะพบบนโซเชียลมีเดีย หากเว็บไซต์นั้นๆ เงียบผิดปกติ หรือแอดมินไม่ตอบแชท
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีวิธีที่ชัดเจน เกี่ยวกับการถูกปิดกั้นของเว็บพนัน แต่ผู้เล่นสามารถสังเกตได้หลายๆ ปัจจัย เพราะส่วนใหญ่แล้ว เว็บพนันออนไลน์ในประเทศไทย ยังถือเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย และถูกจับตามองจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะถูกปิดกั้น ถูกตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรือปิดเว็บหนี
มีคนเข้าไปโพสต์หัวข้อใน Facebook ประมาณว่า “เคยสงสัยไหม ทำไมไทยถึงบล็อกเว็บพนันไม่สำเร็จ” ซึ่งก็มีผู้คนมากมาย ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็น และมีคอมเมนต์ที่น่าสนใจ ที่พูดถึงเหตุผลที่ประเทศไทย ไม่สามารถกำจัดเว็บพนันให้ออกไปจากประเทศได้ และเว็บพนันยังพัวพันกับนักการเมือง หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลรายใหญ่อีกด้วย
หนึ่งในคอมเมนต์กล่าวไว้ว่า ในประเทศที่เทคโนโลยีพัฒนาให้ทันสมัย สามารถปิดหรือบล็อกเว็บพนันออนไลน์ ด้วยกฎหมายและเทคโนโลยีที่รองรับ โดยเฉพาะในหลายๆ ประเทศ ที่มีกรอบกฎหมาย ที่ให้หน่วยงานรัฐหรือศาล มีอำนาจในการสั่งบล็อกเว็บพนันผิดกฎหมาย หรือเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์
แต่สำหรับประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายห้ามเล่นการพนัน และห้ามพนันออนไลน์ ซึ่งหลายๆ หน่วยงาน พยายามที่จะบล็อกเว็บพนันออนไลน์ในวงกว้าง แต่ก็ยังไม่สามารถบล็อกได้อย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากกฎหมายไม่ครอบคลุม หรือมีการใช้เทคนิค VPN เพื่อเลี่ยงการบล็อก หรืออาจมีการเปลี่ยน URL อยู่บ่อยครั้ง (14 กันยายน 2025) [1]
เมื่อวันที่ 1 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 มีการมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัล ร่วมงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้สรุปผลแล้วส่งให้สำนักงานเลขาธิการ ของคณะรัฐมนตรี ภายในระยะเวลา 30 วัน หลังจากที่มีการเสนอแนะ เพื่อป้องกันการทุจริต เกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ซึ่งได้แนะนำให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมา
ผลการดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย จำนวน 150,314 URL และเว็บพนันออนไลน์จำนวน 62,215 URL ตามคำสั่งศาล ซึ่งปรากฏว่า มีจำนวนเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นเพิ่มขึ้น หากเปรียบเทียบในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 จำนวน 17,670 URL และเว็บพนันออนไลน์จำนวน 2,058 URL
นอกจากนี้ ยังได้ความร่วมมือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น LINE Thailand ควบคุมและป้องกันการเผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ ในช่วงวันที่ 6 มกราคม 2567 ไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2567 ซึ่งได้ตรวจพบบัญชีที่มีความเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ จำนวน 4,927 บัญชี และสามารถปิดกั้นไปแล้ว 2,898 บัญชี (25 มกราคม 2025) [2]

ในอดีต ทั่วโลกมีเว็บพนันออนไลน์เพียงแค่ 190 เว็บไซต์เท่านั้น แต่เนื่องจากมีการพัฒนาเทคโนโลยี มาจนถึงปี 2006 ทั่วโลกกลับมีเว็บพนันเกิดขึ้นกว่า 2,500 เว็บไซต์ และมีรายได้รวมกันมากถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ทำให้รู้ว่า เว็บพนันออนไลน์ในยุคสมัยใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงตามการตลาดของโลก
และทุกวันนี้ เว็บพนันส่วนใหญ่ มีรูปแบบการแข่งขันทางการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะแข่งขันกันสร้างความน่าเชื่อถือ มักจะมีการใช้คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เล่น ข้อมูลจากทางมายาคติในการสื่อสารออนไลน์ของเว็บพนัน พบว่าเว็บพนันมักจะใช้ข้อความที่ตีคลุมว่าเว็บไซต์ของตัวเองเป็นอันดับหนึ่ง
และการเพิ่มความน่าเชื่อถือ ที่เว็บพนันหยิบยกขึ้นมา นั่นก็คือข้อความด้านการเงิน ผ่านการย้ำข้อความ เช่น เว็บพนันระบบฝากถอนเงินไม่มีขั้นต่ำ, ฝากถอนเงินอัตโนมัติ ความเชื่อมั่นเหล่านี้ ถูกตอกย้ำผ่านการนำโลโก้ธนาคารต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บไซต์ ทำให้ผู้พบเห็นเชื่อว่า ธนาคารเหล่านี้ เป็นเครือข่ายพันธมิตรกับเว็บพนัน (16 กุมภาพันธ์ 2023) [3]
หลักๆ แล้ว โทษทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นโทษของเจ้าของเว็บพนัน หรือ โทษของการเล่น เว็บพนันออนไลน์ รวมไปถึงโทษสำหรับผู้ที่ช่วยประกาศโฆษณา ชักชวนผู้อื่นให้เข้าไปเล่นพนัน ล้วนมีโทษความผิดตามกฎหมายไทย มีรายละเอียดโทษความผิดดังต่อไปนี้
ผู้ให้ที่ยินยอมให้ผู้อื่นใช้งานบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัญชีธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับโอนเงิน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับเงินไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดที่จัดหาบัญชีม้า จะต้องโทษระวางจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับเงินตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สรุปได้ว่า วิธีการสังเกตเว็บพนัน ที่อาจเสี่ยงโดนปิด หรือโดนบล็อก ให้สังเกตจากการเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ สังเกตจากชื่อโดเมน / URL แต่ถึงอย่างนั้น การเข้าไปพัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นฝนส่วนของเจ้าของเว็บพนัน ผู้ร่วมขบวนการ หรือแม้กระทั่งผู้ที่สมัครเข้าไปเล่นพนันออนไลน์ ล้วนแล้วมีความผิดตามกฎหมายไทยทั้งสิ้น
สังเกตหรือไม่ว่า เว็บพนันออนไลน์ส่วนมาก จะมีหน้าตาเว็บไซต์ หรือมีประเภทเกมเดิมพันที่คล้ายกัน ซึ่งอาจจะเป็นเครือข่ายเดียวกันก็ได้ เพราะธุรกิจเหล่านี้ คล้ายกับการซื้อแฟรนไชส์ ที่มีแพลตฟอร์มเดียวกัน ให้บริการที่คล้ายกัน แต่แตกต่างกันที่ชื่อโดเมน หรือแตกต่างกันที่รูปแบบของโปรโมชั่นเท่านั้น
เนื่องจากความทันสมัยของเทคโนโลยี และเว็บพนันออนไลน์ สามารถเข้าใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ได้โดยตรง เพียงแค่มีอุปกรณ์สื่อสาร ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต และผู้คนรุ่นใหม่ ล้วนมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตนเอง ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึง และที่สำคัญ เว็บพนันส่วนมาก ไม่มีการกำหนดเงินเดิมพัน เงินฝากขั้นต่ำ ทำให้ง่ายต่อการเข้าไปใช้บริการ

