
เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย เพิ่มขึ้นจริงหรือ?
- ไข่น้อย
- 0 views

เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย มีการใช้เงินเพิ่มขึ้นจริง ซึ่งมักจะเห็นภาพการจับจ่ายใช้สอยของคนไทย ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ ปีใหม่ และอีกมากมาย ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ที่กระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน จากเมืองใหญ่สู่ท้องถิ่นอย่างมหาศาล ตามช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว
เทศกาลหลักในประเทศไทย ที่มีการจัดขึ้นทั่วประเทศนั้น มีหลากหลายเทศกาล ที่จะวนเวียนมาสร้างความคึกคักตลอดทั้งปี ซึ่งเริ่มต้นด้วยเทศกาลอย่างสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ที่ทุกคนจะออกมารวมตัวกันเพื่อเล่นน้ำ และกลับไปหาครอบครัว ตามมาด้วยเทศกาลลอยกระทง ที่ตามประเพณีนั้น คือการขอขมาสายน้ำในช่วงคืนพระจันทร์เต็มดวง
นอกจากนี้ ก็จะมีงวันสำคัญทางพุทธศาสนาต่าง ๆ อย่างเช่นวันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา ที่ชาวพุทธทั่วประเทศจะพร้อมใจกันเข้าวัดทำบุญ และเวียนเทียน แถมยังมีเทศกาลสากล ที่รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศอีกมากมาย ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยไปแล้ว ซึ่งก็จะมีเทศกาลตรุษจีน เทศกาลกินเจ คริสต์มาส และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในทุกจังหวัด (26 พฤศจิกายน 2025) [1]
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย มีให้เห็นอย่างแน่นอน ซึ่งจากข้อมูลที่นำมาอ้างอิง ก็จะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จากศิลาจารึกในวัด และปราสาทหลายจังหวัด อย่างเช่นศิลาจารึกวัดพระธาตุเชิงชุม เมื่อปี 1543 ที่พบคำจารึก เขียนตัวอักษรขอมโบราณ ต่อมาศิลาจารึกวัดสระกำแพงใหญ่ เมื่อปี 1584 ศิลาจารึกปราสาทหินพิมาย เมื่อปี 1589 และศิลาจารึกปราสาทหินพนมวัน เมื่อปี 1625
และในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ก็มีคำว่าสงกรานต์ ที่บ่งบอกในเหตุการณ์ ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้เสด็จยกทัพไปที่เมืองตองอู เมื่อปี 2142 อีกด้วย (21 เมษายน 2026) [2] อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีอีกหลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่บ่งบอกว่าประเทศไทยนั้น มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์อย่างเด่นชัด และมีมาอย่างยาวนาน
เหตุผลที่คนไทย มักใช้เงินเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล เกิดจากโครงสร้างทางสังคม และกลยุทธ์ทางการตลาด ที่ประสานงากันอย่างลงตัว โดยสาเหตุหลักนั้น จะประกอบไปด้วยการกลับภูมิลำเนา ที่เป็นวัฒนธรรมบังคับทางอ้อม ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายมหาศาล ทั้งค่าเดินทาง การซื้อของฝาก และการจัดเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อแสดงถึงความสำเร็จ หรือการดูแลเอาใจคนในครอบครัว
รวมถึงค่านิยมเกี่ยวกับ การทำบุญครั้งใหญ่ และการเสี่ยงโชคจาก เว็บคาสิโน รองรับ วอเลท หวย และอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยทางจิตวิทยา ที่ส่งผลให้ผู้คนคิดว่า ควรมอบรางวัลให้แก่ตนเอง จากการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ หรือของฟุ่มเฟือยได้ง่ายยิ่งขึ้น ตามช่วงเทศกาลต่าง ๆ ในประเทศไทย

นอกจากเทศกาลหลัก ที่จัดกันทั่วประเทศไทยแล้ว ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ก็จะมีเทศกาล และประเพณีย่อยมากมาย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามความเชื่อ และวิถีชีวิตในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญ ที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้ ไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาค อย่างในภาคเหนือ ก็จะมีเทศกาลประเพณียี่เป็ง ภาคอีสาน ก็จะมีประเพณีบุญบั้งไฟ
ส่วนทางด้านภาคกลาง นอกจากการทำบุญตามวัด ก็จะมีประเพณีตักบาตรเทโว และสุดท้ายภาคใต้ ก็จะมีประเพณีสารทเดือนสิบ ที่จัดขึ้นเพื่อทำบุญอุทิศแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แต่ละภาคก็จะมีเทศกาลอีกหลากหลาย ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญา และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ที่แต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป ตามอัตลักษณ์ทางสังคม
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 หอการค้าไทยได้มีการเปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 มีความคึกคักอย่างมาก โดยมีเงินสะพัดมากถึง 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้น 41.2% เสื้อผ้า 34.4% ซื้อกระเช้าของขวัญ 23.4% ใช้ในการสังสรรค์ 27.5% มีการให้เงินสด 20.6% และให้อาหารเสริมต่าง ๆ 12.5%
ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่าประชาชน มีการใช้เงินเพื่อเลี้ยงสังสรรค์ มูลค่า 16,123 ล้านบาท มีการนำไปทำบุญ 10,477 ล้านบาท และนำไปใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค 22,816 ล้านบาท นอกจากนี้ ก็จะมี สินค้าฟุ่มเฟือย 3,040 ล้านบาท สินค้าคงทน 5,262 ล้านบาท เที่ยวต่างประเทศ 5,707 ล้านบาท เที่ยวในประเทศอีก 48,181 ล้านบาท ซึ่งรวมเป็นเงินทั้งหมด 111,609 ล้านบาท (24 ธันวาคม 2025) [3]
นอกจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแล้ว อัตราการเสียชีวิตในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยอุบัติเหตุบนท้องถนน คือสาเหตุหลักที่มักจะพุ่งสูงที่สุดในช่วงเทศกาล เพราะปริมาณรถยนต์บนท้องถนนที่หนาแน่นกว่าปกติหลายเท่า ซึ่งก็มีทั้งคนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และคนที่เดินทางไปเที่ยว ทำให้โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้น เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
และยิ่งช่วงเทศกาล ที่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเฉลิมฉลองสังสรรค์ร่วมด้วย ยิ่งกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติม ที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น เพราะการดื่มจนขาดสติ นำไปสู่พฤติกรรมเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพในการตัดสินใจ และการควบคุมยานพาหนะลดลง รวมถึงพฤติกรรมการขับรถเร็ว และอาการเหนื่อยล้าสะสม จนทำให้เกิดการหลับใน
โดยสรุปแล้ว เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้หมุนเวียนอย่างมหาศาล แม้ตัวเลขการใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้น จะสะท้อนถึงกำลังซื้อ และความสุขของผู้คน แถมยังเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่มีค่าอีกด้วย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และการขาดสติในช่วงเฉลิมฉลอง ก็เป็นบทเรียนที่ย้ำเตือนในทุกปี
เทศกาลสงกรานต์ ไม่เคยถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ ในลักษณะของการลบหายไปจากปฏิทิน แต่เคยมีการงดจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในระดับประเทศ เนื่องจากสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ โดยทางรัฐบาลไทย ได้มีประกาศงดจัดกิจกรรมรื่นเริงทุกประเภท รวมถึงการเล่นน้ำ และการกลับภูมิลำเนาทั่วประเทศไทย แต่พอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ก็กลับสู่สถานการณ์ปกติ
การที่เทศกาลคริสต์มาส เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยทางศาสนา แต่เป็นผลมาจากการเปิดรับวัฒนธรรมสากล ผ่านสื่อบันเทิง และภาพยนตร์ที่ทำให้ภาพของซานตาคลอส หรือการแลกของขวัญ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข อีกทั้งยังเป็นการสร้างบรรยากาศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย

