
ไขข้อสงสัย เว็บพนันชื่อซ้ำกัน เป็นของเจ้าเดียวกันไหม ?
- Chono
- 23 views

เว็บพนันชื่อซ้ำกัน เป็นของเจ้าเดียวกันไหม คำตอบก็คือ มีความเป็นไปได้ ทั้งเป็นเจ้าของเดียวกัน หรือไม่ก็เป็นเว็บไซต์คนละเจ้าของ หรืออาจตั้งใจที่จะตั้งชื่อเลียนแบบ ตามกระแสของความนิยม ซึ่งในวงการเว็บพนันออนไลน์ ส่วนใหญ่จะมีทั้งสองรูปแบบ และการสร้างเว็บสำรองขึ้นมา เพื่อป้องกันหากเว็บหลักโดนปิด
จากคำถาม เว็บพนันชื่อซ้ำกัน เป็นของเจ้าเดียวกันไหม ซึ่งไม่มีคำตอบตายตัว และมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นเจ้าของเดียวกัน หรือตั้งใจตั้งชื่อเลียนแบบ ในกรณีที่เว็บพนันมีเจ้าของคนเดียวกัน อาจจะมีการเพิ่มตัวเลขลงท้ายชื่อ อาจมีการเปลี่ยนโดเมน หรือเปลี่ยนตัวละคร จากตัวพิมพ์เล็ก เป็นตัวพิมพ์ใหญ่
ส่วนในกรณีที่เว็บพนันมีชื่อคล้ายกัน อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ อาจมีการเพิ่มตัวอักษรเข้ามาในชื่อ หรืออาจมีการเว้นวรรคชื่อเว็บไซต์ เช่น BKK WIN หรือ BKK WIN SLOT เพื่อหลอกให้ผู้คนเข้าใจผิด หรือสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตนเอง โดยที่มีจุดประสงค์ เพื่อให้ผู้คนฝากเงินเข้ามาเล่น หรือหลอกให้ฝากเงินแล้วก็ปิดเว็บหนี
วิธีในการสังเกต ว่าเว็บพนันเว็บใดมีเจ้าของคนเดียวกัน อันดับแรกก็คือ ให้คุณสังเกตหน้าเว็บไซต์หลักของเว็บพนัน ซึ่งเกือบทั้งหมดจะมีหน้าเว็บไซต์ หน้าเมนู ที่ทำออกมาเหมือนกัน ต่อมาก็คือ อาจมีการใช้บัญชีฝาก-ถอนเงินแบบเดียวกัน และสุดท้ายก็คือ อาจมีช่องทางติดต่อแอดมิน โดยใช้บัญชี Line เดียวกัน
ย้อนกลับไปในดี 1998 ในอดีตนั้น ทั่วโลกมีเว็บพนันเพียงแค่ 190 เว็บไซต์เท่านั้น และเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย จนมาถึงปี 2006 กลับมาเว็บพนันออนไลน์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2,500 เว็บไซต์ แม้ว่าในประเทศไทย จะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับที่มาของเว็บพนัน แต่หากลองค้นหาผ่าน Google “พนันออนไลน์” กลับพบว่ามีเว็บพนันจำนวนมาก
ซึ่งทุกวันนี้ เว็บพนันส่วนใหญ่ ต่างใช้วิธีการสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้ผู้คนหันหาเข้ามาร่วมเล่นพนัน นั่นก็คือการแข่งขันสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการใช้คำโปรยสวยหรู เช่น เว็บพนันอันดับ 1 ของประเทศไทย ซึ่งข้อมูลจาก มายาคติในการสื่อสารออนไลน์ของเว็บไซต์การพนัน ส่วนใหญ่จะใช้ข้อความตีคลุม ที่บ่งบอกว่าเว็บไซต์ของตนเองเป็นอันดับหนึ่ง
และอีกหนึ่งวิธีการสร้างความน่าเชื่อถือ ที่เว็บพนันในยุคสมัยใหม่นิยมใช้กัน นั่นก็คือ การสร้างความน่าเชื่อถือทางด้านการเงิน ผ่านการย้ำข้อความที่บอกว่า เว็บพนันของตนเอง มีระบบฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ และวิธีเหล่านี้ ถูกตอกย้ำด้วยการนำโลโก้ของธนาคารต่างๆ มาปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้คนเชื่อว่า ธนาคารเหล่านี้ เป็นพันธมิตรกับเว็บพนัน (16 กุมภาพันธ์ 2023) [1]
หากคุณลองสังเกตเว็บพนันให้ดี จะพบว่าส่วนใหญ่ จะมีการตั้งชื่อเว็บไซต์ ที่ลงท้ายด้วยตัวเลข เช่น 168 999 หรือแม้แต่เว็บพนันในต่างประเทศ ที่ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะในยุโรป เว็บพนันก็มีการตั้งชื่อด้วยตัวเลข 888 จากข้อสงสัยก็คือ ทำไมตัวเลขเหล่านี้ ถึงได้ปรากฏบนชื่อของเว็บพนันออนไลน์ เราจะพาไปหาคำตอบที่แท้จริง
ซึ่งตัวเลข 888 ในวัฒนธรรมจีน เลข 8 ถือเป็นเลขมงคล เพราะมีการอ่านพ้องเสียงกับคำว่า “ฟา” ซึ่งหมายถึงความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง และการที่เว็บพนันออนไลน์ นิยมใช้ตัวเลขนี้ซ้ำกันสามตัว อาจจะเป็นการสื่อถึงโชคอันยิ่งใหญ่ โชคสามชั้น หรือร่ำรวยสามเท่า โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนสีเทา มักจะหากินกับเงินผิดกฎหมาย
และเว็บพนันที่ถูกกฎหมาย มีชื่อเสียงระดับโลก ยังเลือกใช้ตัวเลข 888 บางบริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1997 ทำให้ความนิยมของตัวเลข 888 ส่งผลให้เว็บพนันเครือเล็กๆ หลายแห่ง พยายามเกาะกระแสความดัง เพื่อให้ผู้คนรู้สึกว่า เว็บพนันเหล่านี้ อาจเป็นเว็บรองของเว็บพนันถูกกฎหมาย หรืออาจสร้างความน่าเชื่อถือตามเว็บพนันต้นฉบับ (16 พฤษภาคม 2025) [2]

ทุกวันนี้ เทคโนโลยีทำให้ผู้คนใช้ชีวิตสะดวกมากขึ้น และเว็บพนันออนไลน์ มีการพัฒนาแพลตฟอร์มให้ทันสมัย ทำให้มีการชักชวน หรือกระตุ้นความสนใจ ให้กับผู้คนที่พบเจอได้ตลอดเวลา รวมไปถึงการใช้งานอินฟลูเอนเซอร์ ที่รับงานโปรโมทเว็บพนัน ที่มีส่วนทำให้ผู้คน เข้าไปพัวพันกับวงจรผิดกฎหมายมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันฯ กล่าวเอาไว้ว่า สถานการณ์พนันออนไลน์ในสังคมไทย ในปี 2566 ที่ได้เก็บข้อมูลประชากรตัวอย่าง ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน 24 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 7,131 ตัวอย่าง พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ 99.3% มีบุคคลรอบตัวเล่นพนันออนไลน์ จนเกิดความรู้สึกอยากเล่นพนันตามในระดับสูงขึ้น
ผลกระทบของคนไทย 7.45 ล้านคน ระบุว่าตนเองได้รับผลกระทบ จากการเข้าไปเล่นพนันออนไลน์ ขาดเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บางคนอาจถึงขั้นขายทรัพย์สิน เพื่อนำไปเล่นพนัน หรือนำไปใช้หนี้ที่เกิดขึ้นจากการพนันออนไลน์ บางคนเกิดปัญหาความเครียดสะสม เสียเวลาทำมาหากิน และอาจเกิดการทะเลาะกับคนในครอบครัว (29 พฤศจิกายน 2024) [3]
เมื่อวันที่ 13 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลเอาไว้ว่า ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งได้ทำการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาล
จากข้อมูลการดำเนินงาน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทางกระทรวงดิจิทัล ได้ทำการปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย รวมทั้งหมด 437,793 เว็บไซต์ โดยเฉพาะภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพียงเดือนเดียว สามารถปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายไปมากถึง 132,842 รายการ
สรุปได้ว่า มีความเป็นไปได้ทั้งสองแบบ ที่เว็บพนันชื่อซ้ำกัน อาจจะมีเจ้าของเป็นคนเดียวกัน หรืออาจจะเป็นเพียงการตั้งชื่อเลียนแบบ เพื่อเกาะกระแสความดัง หรือสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ของตนเอง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ธุรกิจเหล่านี้ ยังคงเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งเจ้าของเว็บพนัน จะต้องถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้
หากเจ้าของเว็บพนันถูกตำรวจจับกุมตัว จะมีโทษความผิดตาม พ.ร.บ. การพนันฯ มาตรา 12 ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเงินไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ที่สำคัญ อาจเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี ฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ. ฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 60 ซึ่งจะถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด ที่ได้มาจากการกระทำความผิด
หากไทยอนุญาตให้ธุรกิจการพนัน คาสิโน ให้กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย จะกลายเป็นประเทศ ที่เป็นแหล่งกบดานขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศ FATF ที่คอยประเมินมาตรฐานด้านการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน อาจจะประเมินให้คะแนนประเทศไทย อยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน

