
แนะนำเกม Avatar พาสัมผัสความมหัศจรรย์ Pandora
- ไข่น้อย
- 13 views
แนะนำเกม Avatar เกมแนว Action Adventure ที่มีการนำเสนอมุมมองการเล่น เป็นแบบบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งรีดประสิทธิภาพกราฟิกภายในเกม ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ทุกย่างก้าวดูสมจริง ผ่านการสวมบทบาทเป็นชาวนาวี โดยบทความนี้ ก็จะเป็นการพาไปรู้จักกับตัวเกมให้มากขึ้น ซึ่งเรื่องราวจะเล่าถึงอะไร การเล่นจะเป็นแบบไหน ติดตามข้อมูลต่อจากนี้ได้เลย
เกมนี้ พัฒนาโดย Massive Entertainment และจัดจำหน่ายโดย Ubisoft ที่ได้มีการประกาศว่า ในปี 2017 ทาง Massive จะเริ่มต้นพัฒนาเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะมีการปล่อยตัวอย่างเกม เมื่อปี 2021 ซึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับ จักรวาลภาพยนตร์
และเมื่อสร้างเกมสำเร็จ ก็ได้มีการเปิดให้บริการครั้งแรก ในปี 2022 แต่ไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ จนเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2023 ตัวเกมก็เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยเปิดให้กับ 3 แพลตฟอร์ม ที่นิยมมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Windows, PlayStation 5 และ Xbox Series X/S (11 มกราคม 2026) [1]
เรื่องราวในเกมนี้ จะคาบเกี่ยวกันกับตัวภาพยนตร์ โดยเริ่มต้นนั้น เด็กชาวนาวีถูกกองกำลังลักพาตัวมา เพื่อฝึกฝนหลักสูตร เพื่อนำไปใช้ต่อกรกับชาว NAVY ด้วยกันเอง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ตัวเอก หรือเด็กชาวนาวี ที่กองกำลังที่ลักพาตัวมา มีอายุครบ 15 ปี แต่ช่วงนั้น กองกำลังถูกสั่งปิด ทำให้ต้องแช่แข็งตัวทดลองทั้งหมด ซึ่งก็รวมถึงตัวละครหลักด้วย
แต่เมื่อได้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าเกิดสงครามครั้งใหญ่ ที่เหล่ามนุษย์ ได้บุกรุกดวงดาวบ้านเกิด ของชาว NAVY ทำให้ตัวเอกไม่รอช้า ถึงแม้หลังจากที่ตื่นขึ้นมา ก็เต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่ก็ได้ก้าวเข้าร่วมต่อสู้ในสงครามทันที โดยมีเป้าหมายคือ ช่วยเหลือบ้านเกิด ซึ่งมันจะสำเร็จหรือไม่นั้น อยู่ที่การเล่นของผู้เล่นทั้งหมด (2026) [2]
การเล่นของเกมนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างเกมเนื้อเรื่อง เกมแนวลอบเร้น การยิงต่อสู้แบบ Action และการสำรวจโลกกว้าง ที่เป็นแบบ Open World ที่เหมือนกับการ แนะนำเกม Skyrim แต่มีหัวใจหลักอยู่ที่ ความรู้สึกของการเป็นชาวนาวี ที่ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับมุมมองการเล่น แบบบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งมีความสมจริงอย่างมาก
เพื่อดำเนินเรื่องราว ผ่านภารกิจหลัก ที่จะต้องทำลายฐานทัพมนุษย์ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศของป่า ให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง โดยใช้ระบบการต่อสู้ ที่ให้ผู้เล่นได้เลือกใช้อาวุธหลากหลาย นอกจากนี้ประสบการณ์การเล่นยังขยายขอบเขตไปสู่ท้องฟ้า ด้วยการผูกพันธะกับสัตว์ปีก ทำให้บินสำรวจโลกกว้าง และต่อสู้กลางเวหาได้อย่างอิสระ
แผนที่ในเกมนี้ อย่างที่บอก จะเป็นแบบ Open World ที่เน้นทัศนียภาพ และความซับซ้อนของระดับความสูงต่ำ โดยพื้นที่ทั้งหมดในเกม จะถูกแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่ ที่มีสภาพภูมิอากาศ และพืชพรรณแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเขตแรก ได้แก่ Kinglor Forest หรือป่าฝนเขตร้อน ที่เต็มไปด้วยพืชเรืองแสง และทางเดินที่ค่อนข้างคดเคี้ยว
ต่อเขตที่สอง Upper Plains ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และเขตสุดท้าย Clouded Forest ป่าหมอกบนยอดเขาสูงที่ดูลึกลับ โดยทุกเขตภายในเกม ถูกออกแบบมาให้ต้องสำรวจ เพราะเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะสามารถเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ และไม่มีเครื่องหมายบอกตำแหน่งแบบเกมทั่วไป แต่จะเน้นให้ผู้เล่นสังเกตสภาพแวดล้อม และใช้การจดจำ เพื่อความสมจริงสูงสุด
อาวุธในเกมนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ตามที่มาของวัฒนธรรม ซึ่งมีให้เลือกใช้หลากหลายประเภท โดยเน้นความสมดุล เริ่มจากกลุ่ม อาวุธของชาวนาวี ก็ประกอบไปด้วย ธนูยาว สำหรับการยิงระยะไกล ธนูสั้น เน้นความรวดเร็วในการยิงต่อเนื่องในระยะใกล้ และธนูหนัก สามารถเจาะเกราะรถถัง หรือหุ่นยนต์ ของมนุษย์ได้
หรือจะเป็น Staff Sling ที่ใช้สำหรับวางกับดัก และสุดท้าย Spear Thrower หอกที่มอบความเสียหายมหาศาล ส่วนกลุ่มอาวุธของมนุษย์ที่ใช้งานได้นั้น ได้แก่ปืนกล สำหรับการยิงกดดันศัตรูจำนวนมาก และปืนลูกซอง ที่มีพลังทำลายล้างสูงในระยะประชิด แต่อาวุธของมนุษย์ สามารถสลับประเภทกระสุนได้ เช่น กระสุนระเบิด กระสุนไฟฟ้า หรือกระสุนพิษ
สำหรับสเปคเครื่องคอม หรือ PC ที่สามารถรองรับเกมนี้ได้นั้น มีการระบุเอาไว้ว่า ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือ 11 ที่เป็น 64 Bit Versions จากนั้นใช้โพรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5 5600X หรืออะไรก็ได้ที่มี 3.7 GHz ควบคู่ไปกับ RAM 16 GB เป็นอย่างต่ำ เพื่อที่จะเปิดตัวเกมให้สมบูรณ์ที่สุด
ส่วนเรื่องของกราฟิก จะต้องใช้การ์ดจอ AMD Radeon RX 6700 XT 12 GB หรือรุ่นที่ดีกว่านี้ เพราะมันจะทำให้ผู้เล่น สามารถปรับกราฟิกสูงสุด และเล่นได้อย่างลื่นไหล อย่างไรก็ตาม ก็อย่างลืมเรื่องของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วย เพราะจะต้องใช้พื้นที่ว่างพร้อมใช้งาน มากกว่า 90 GB และต้องลงเกมใน SSD หรือ M.2 จำช่วยให้ตัวเกมทำงานได้อย่างไร้ที่ติ (2026) [3]
สรุปแล้วเกมนี้ คือเกมที่สามารถมอบประสบการณ์ เกี่ยวกับการเล่าเรื่องราว และการผจญภัยที่ยอดเยี่ยม โดยจะได้สัมผัสโลกของ James Cameron อย่างใกล้ชิด ผ่านงานภาพกราฟิกที่สวยงามไร้ที่ติ และการนำเสนอระบบการเล่นที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว
ไม่ว่าจะเป็นอิสระในการโบยบินบนท้องฟ้า การต่อสู้ที่ต้องใช้ไหวพริบ และการวางแผน หรือการออกสำรวจระบบนิเวศอันน่าอัศจรรย์ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย เกมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมเนื้อเรื่องทำภารกิจให้จบไป แต่เป็นการพาผู้เล่นไปใช้ชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวได้อย่างแท้จริง
การซื้อเกมให้คุ้มค่า จะขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม และช่วงเวลาที่นำมาลดราคา โดยช่วงที่ลดราคา อาจจะลดไม่เยอะมากนัก เพราะยังถือว่าเป็นเกมใหม่ และมีคุณภาพสูง ส่วนราคาปกติ หรือราคาเต็มที่ตัวเกมวางจำหน่าย จะอยู่ที่ 859 บาท (ราคา ณ วันที่ 13 มกราคม 2026)
บัญชีที่เข้าถึงตัวเกมนี้ ปัจจุบันก็จะใช้บัญชีตามแพลตฟอร์มที่ซื้อตัวเกม ไม่ว่าจะเป็นบัญชี Steam หรือ Epic Games Store ของแพลตฟอร์ม PC หรือจะเป็น PlayStation Network หรือ Xbox Live ของฝั่ง Console ซึ่งหากซื้อเกมผ่านแพลตฟอร์มไหน ก็ใช้บัญชีที่บอกไปนี้ ในการเข้าเล่นเกม

