
การเล่นของเกม Dark Souls เล่นยากไหม ?
- ไข่น้อย
- 2 views

Dark Souls เล่นยากไหม คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุด คือเกมนี้ ขึ้นชื่อว่าเล่นยากมาก เพราะเป็นเกมที่จะทดสอบความอดทน การสังเกต และการเรียนรู้ จากความผิดพลาดของตัวผู้เล่นเอง ซึ่งการตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเกมนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ จนนำไปสู่ความรู้สึกภาคภูมิใจ เมื่อสามารถเอาชนะอุปสรรค และบอสแต่ละตัวภายในเกมนี้ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การพัฒนาเกมนี้ ถูกพัฒนาโดย FromSoftware แต่จัดจำหน่ายโดย Bandai Namco Entertainment ที่จะเป็นภาคต่อของเกม Demon’s Souls ที่เปิดให้บริการในปี 2009 ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนาสักพัก ก่อนที่จะเปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2011 ซึ่งเปิดให้กับ PlayStation 3 และ Xbox 360 ในประเทศญี่ปุ่นให้ได้เล่นก่อน จากนั้นก็มีการยืนยันว่า จะเปิดบนแพลตฟอร์ม PC เมื่อเดือนเมษายน 2012
ทำให้หลังจากนั้นไม่นาน ตัวเกมบนแพลตฟอร์ม PC ก็ได้เปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2012 และเปิดให้กับ Xbox One ในเดือนเมษายน 2016 และต่อมา ก็ได้มีการสร้างตัวเกม Remastered ที่วางจำหน่ายทั่วโลก ให้กับแพลตฟอร์ม PlayStation 4 , Xbox One และ Windows ในเดือนพฤษภาคม 2018 แล้วตามด้วย Nintendo Switch ที่เปิดหลังสุด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2018 (8 มีนาคม 2026) [1]
จากคำถามที่ว่า Dark Souls เล่นยากไหม การเล่นของเกมนี้ คือการสัมผัสกับ นิยามของความท้าทาย ที่ยากกว่าเกม Black Myth Wukong เพราะตัวเกมจะบีบให้ผู้เล่นใช้สมาธิ และการสังเกต ตั้งแต่การจดจำ จังการโจมตีของศัตรูทั่วไป ไปจนถึงการอ่านทิศทางอาวุธของบอสขนาดใหญ่ ซึ่งหัวใจสำคัญ อยู่ที่การบริหารค่า Stamina เพื่อใช้ในการหลบหลีก และหาช่องว่าง เพื่อโจมตีสวนกลับ
นอกจากนี้ การสำรวจโลกในเกม ก็ยังมอบความตื่นเต้น ผ่านอันตรายที่ซ่อนอยู่ทุกมุมของแผนที่ ซึ่งทำให้ทุกย่างก้าวในเกมนี้ เต็มไปด้วยอันตราย ที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อสามารถพิชิตอุปสรรค หรือบอสในเกมนี้ได้ ผู้เล่นก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นเสน่ห์การเล่นเฉพาะตัวของเกมนี้ ที่หาจากเกมแนวอื่น ๆ ได้ยากมาก
อาวุธในเกมนี้ มีให้ผู้เล่นได้เลือกใช้งานหลากหลายประเภท แถมแต่ละประเภท ยังมีมีชุดท่าการโจมตี ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย โดยอาวุธภายในเกมที่มีให้ใช้งานนั้น ก็จะมี Daggers, Straight Swords, Greatswords, Ultra Greatswords, Curved Sword, Katanas, Curved Greatsword และ Piercing Swords ที่จะเป็นมีด และดาบหลากหลายแบบ
นอกจากนี้ ก็จะมีอาวุธอีก Axes, Great Axes, Hammer, Great Hammers, Fist & Claws, Spears, Halberd, Whips, Bows, Greatbow, Crossbow, Catalysts, Flames และ Talismans ซึ่งอาวุธในเกมนี้ ไม่มีอันไหนที่ดีที่สุด แต่จะเป็นการให้ผู้เล่นเลือกอาวุธ และชุดท่าการโจมตีที่ชื่นชอบ เพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุด ตามความถนัดของผู้เล่นแต่ละคน (28 พฤศจิกายน 2025) [2]

แผนที่ในเกมนี้ มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ในฐานะโลกที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างซับซ้อน และไร้รอยต่อ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ภายในเกม มักจะซ้อนทับกันในแนวตั้ง ทำให้ผู้เล่นสามารถมองเห็นเป้าหมาย หรือพื้นที่ที่เคยผ่านมาแล้วได้จากมุมสูง หรือจากระยะไกล ซึ่งการสำรวจโลกในเกมนี้ จะไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่จะเต็มไปด้วยเส้นทางมากมาย ที่เชื่อมต่อพื้นที่เข้าหากันอย่างลงตัว
แถมยังสร้างความตื่นตาตื่นใจ ด้วยสถาปัตยกรรมที่ถูกคิดมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมแต่ละแห่ง ยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ซากปรักหักพัง เมืองที่ล่มสลาย ไปจนถึงป่าลึกที่เต็มไปด้วยอันตราย ส่งผลให้การจดจำเส้นทาง และการสังเกตรายละเอียดรอบตัว กลายเป็นทักษะสำคัญ เพราะในเกมนี้ จะไม่มีแผนที่นำทางให้ดูเลย
บอสที่ยากที่สุดใยภาคแรก ก็คือ Ornstein & Smough เพราะผู้เล่นต้องรับมือกับ บอสสองตัวพร้อมกัน แถมแต่ละตัว ก็จะมีสไตล์การต่อสู้ ที่เกื้อหนุนกันอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเจ้าบอสที่ชื่อว่า Ornstein จะมีความเร็ว ส่วนบอสที่ชื่อว่า Smough จะใช้ค้อนยักษ์ ที่โจมตีอย่างหนักหน่วง แต่ค่อนข้างช้า โดยความยากของมัน จะทวีคูณเพิ่มขึ้น เมื่อบอสตัวใดตัวหนึ่งตาย
เพราะอีกตัวจะดูดซับพลัง และกลายเป็นร่างสอง ที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมกับฟื้นฟูพลังชีวิตจนเต็มอีกครั้ง ทำให้การเอาชนะบอสทั้งสองตัวนี้ ไม่ได้อาศัยเพียงแค่ฝีมือในการหลบ แต่ยังต้องใช้กลยุทธ์ในการควบคุมตำแหน่งของศัตรูทั้งสองตัว เพื่อไม่ให้คลาดสายตา และหาจังหวะสวนกลับ จากช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ซึ่งบอกเลยว่ายาก และท้าทายมาก
สเปคของคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรองรับเกมนี้ได้นั้น มีการระบุเอาไว้ในภาค Remastered ว่าจะต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 64 bit ตามด้วยโพรเซสเซอร์ Intel Core i5 4570 3.2 GHz หรือจะใช้ AMD FX 8350 4.2 GHz ก็ได้เช่นกัน แล้วจะต้องใช้ RAM 8 GB หรือมากกว่า เพื่อที่จะทำให้การประมวลผล หรือการ Render ตัวเกม ทำได้ดีที่สุด
นอกจากนี้ หากจะปรับกราฟิกภายในเกมให้สูงสุด จำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้การ์ดจอ GeForce GTX 660 2 GB หรือรุ่นที่สูงกว่านี้ เพื่อที่จะทำให้กราฟิกของเกมนี้ ปรับได้สูงสุด และไม่ได้เกิดอาการกระตุก หรือหน่วงขณะที่เล่นเกม ส่วนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเกมนั้น ต้องการพื้นที่ว่างพร้อมใช้งาน 8 GB และแนะนำให้ลงตัวเกมเอาไว้ใน SSD (2026) [3]
โดยสรุปแล้วเกมนี้ ก็คือเกมที่สร้างมาเพื่อ มอบความยาก และความทรมานให้กับผู้เล่น แต่ก็เป็นเกมที่ท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ ผ่านบททดสอบความอดทน การสังเกต และการเรียนรู้ ผ่านความพ่ายแพ้ซ้ำ ๆ ที่มันหล่อหลอมให้ผู้เล่น กลายเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ และใจเย็น ซึ่งใครที่ชื่นชอบเกมที่เล่นยาก และท้าทายความสามารถ บอกเลยต้องซื้อมาลอง
การซื้อเกมนี้ให้คุ้มค่านั้น คือช่วงที่ตัวเกมได้นำมาลดราคา ซึ่งโดยส่วนมาก ก็จะนำมาลดราคาในช่วงเทศกาลต่าง ๆ แต่สำหรับใครที่รอไม่ได้ ตัวเกมราคาเต็มจะอยู่ที่ 1,290 บาท (ราคา ณ วันที่ 10 มีนาคม 2026) ซึ่งถือว่าเป็นราคาเกมที่สูงมาก ดังนั้นการอดใจรอช่วงลดราคาจะคุ้มที่สุด
การเข้าเล่นเกมนี้ จะขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่เลือกใช้งาน โดยบัญชีที่สามารถใช้ได้นั้น ก็จะมีบัญชี Steam บัญชี PlayStation Network บัญชี Xbox และ Nintendo Account ซึ่งผู้เล่นก็เล่นก็เลือกซื้อเกมนี้ ผ่านแพลตฟอร์มที่ถนัด และเข้าเล่นได้ทันที หลังจากที่ซื้อเกมสำเร็จ

