
กีฬาสุดแปลกจากอังกฤษ Ferret Legging คือกีฬาอะไร
- Chono
- 16 views

Ferret Legging คือกีฬาอะไร คำตอบก็คือ นี่เป็นกีฬาสุดแปลกที่สุด ที่สร้างขึ้นเพื่อวัดความอึด โดยจะเป็นการจับตัวเฟอเรท 2 ตัว แล้วใส่ลงไปในกางเกงขายาว โดยมัดปลายกางเกงไว้ เพื่อไม่ให้พวกมันหนี แล้วคอยดูว่า ผู้เข้าแข่งขัน สามารถทนโดนเฟอเรทกัด หรือโดนข่วนได้นานแค่ไหน และที่สำคัญ ห้ามสวมกางเกงใน และห้ามมีอาการมึนเมาเด็ดขาด
ดูเหมือนว่าต้นกำเนิดกีฬาประเภทนี้ ได้รับความนิยมในหมู่คนงาน ที่ทำงานในเหมืองถ่านหิน ประเทศอังกฤษ ในช่วงทศวรรษที่ 1970 ต่อมากิจกรรมประเภทนี้ ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น จากบทความเชิงเสียดสี ซึ่งเขียนโดย Don Katz ลงบนนิตยสาร Outside ฉบับเดือนตุลาคม ค.ศ. 1987 ที่พูดถึงลักษณะตัวเฟอเรท
ต่อมาในปี 1972 สถิติการถูกเฟอเรทกัดขา เฉลี่ยอยู่ที่ 40 วินาที และไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถิติก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 นาที และในที่สุด ก็มีคนทำเวลาได้นานกว่า 90 นาที ในปี 1977 เอ็ดเวิร์ด ซิมป์กินส์ จากเกาะไอล์ออฟไวต์ เขาได้สร้างสถิติโลกใหม่ขึ้นมา ในระยะเวลา 5 ชั่วโมง 10 นาที แต่เป็นการใส่ตัวเฟอเรท 1 ตัวในกางเกงของเขาเท่านั้น
และในปี 1986 เมลเลอร์พยายามที่จะทำลายสถิติโลก และพยายามทำลายสถิติของตัวเอง ต่อหน้าผู้ชมกว่า 2,500 คน โดยตั้งใจทำเวลาเอาไว้ที่ 6 ชั่วโมง หลังจากเวลาผ่านไป 5 ชั่วโมง ผู้ชมส่วนมากเริ่มเบื่อ และเริ่มเดินออกจากการแข่งขัน ในระหว่างที่เมลเลอร์กำลังจะทำลายสถิติของตัวเอง แต่การแข่งขันก็ถูกพังลง และทำให้เมลเลอร์ผิดหวังและเสียใจ (5 ตุลาคม 2025) [1]
ตัวเฟอเรท ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รูปร่างหน้าตาคล้ายหนู ผสมกับพังพอน ถูกนำมาเป็นอุปกรณ์การแข่งขันกีฬาสุดแปลก ซึ่งถือเป็นการแข่งขันที่มีความบ้าระห่ำ หลุดโลก เพราะผู้เข้าแข่งขัน ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย เตรียมแค่ฟิตเจ้าโลก และทนต่อการกัด การข่วนให้ได้ก็พอ ซึ่งนั่นเป็นรูปแบบการแข่งขัน ว่าใครจะทนความดุของสัตว์ชนิดนี้ได้นานกว่ากัน (10 มกราคม 2019) [2]
ตัวอย่างกติกาการแข่งขัน
เฟอเรท : ซึ่งจะใช้ตัวเฟอเรท 2 ตัว โดยที่มีกรงเล็บและฟันครบถ้วน
กางเกง : ซึ่งจะต้องเป็นกางเกงขายาว โดยจะผูกปลายขาไว้ให้แน่น เพื่อไม่ให้เฟอเรทหนีออกมาได้
เข็มขัด : ใช้สำหรับรัดเอวของผู้เข้าแข่งขัน เพื่อไม่ให้เฟอเรทหลบหนีออกมาผ่านทางเอว
นาฬิกาจับเวลา : ใช้เพื่อบันทึกระยะเวลาในการแข่งขัน
Reg Mellor เจ้าของสถิติโลก ที่สามารถทำระยะเวลาไว้ได้ 5 ชั่วโมง 26 วินาที บันทึกเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1981 แต่ก็ถูกทำลายลงในปี 2010 โดยอดีตครูใหญ่ Frank Bartlett และ Christine Farnsworth ซึ่งทำเวลา 5 ชั่วโมง 30 นาที หรือใครที่ต้องการดูข้อมูลเกี่ยวกับกีฬาแปลกๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง

อ้างอิงข้อมูลจากสื่อสิ่งพิมพ์ กล่าวเอาไว้ว่า กีฬาประเภทนี้ ได้รับความนิยมเล่นกันในยามว่าง ของผู้คนชาวอังกฤษ และถูกพูดถึงในบทความของ Tom Meek ที่ได้กล่าวถึงแชมป์ของกีฬาประเภทนี้ และยังมีการนำไปออกอากาศทางโทรทัศน์ ที่เน้นย้ำถึงเสน่ห์ที่แปลกประหลาด ผ่านรายการ BBC ในช่วงทศวรรษที่ 1970
และตั้งแต่ปี 2003 ได้มีการจัดการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ในระดับชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย แต่เป็นเรื่องน่าเศร้า ที่กีฬาประเภทนี้ ได้รับความนิยมน้อยลง ผู้ชมเริ่มเบื่อหน่าย กับการยืนดูผู้ชายกับเฟอเรท ทำให้จำนวนผู้เข้าแข่งขันลดลง รางวัลสำหรับผู้ชนะคงเหลือเพียง 1,628 ดอลลาร์แคนาดา (19 พฤศจิกายน 2010) [3]
สถิติโลกในยุคดั้งเดิม ก่อนที่กีฬาประเภทนี้จะได้รับความนิยม เมื่อปี 1972 มีคนทำเวลาไว้เพียงแค่ 70 วินาทีเท่านั้น ต่อมาก็มีการพัฒนาเป็น 90 นาที และเจ้าของสถิติโลกคนแรก ได้แก่ Reg Mellor เขาทำเวลาไว้ทั้งหมด 5 ชั่วโมง 26 นาที เมื่อปี 1981 และสถิติล่าสุดในปี 2010 Frank Bartlett สามารถทลายสถิติด้วยเวลา 5 ชั่วโมง 30 นาที
สรุปได้ว่า นี่ถือเป็นอีกหนึ่งกีฬาสุดแปลก ที่มาจากประเทศอังกฤษ หลายๆ คนอาจมองว่า เป็นกีฬาที่อันตรายมากเกินไป เพราะไม่มีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน แต่ผู้เข้าแข่งขันบางคนกลับมองว่า นี่เป็นการสร้างความท้าทาย ก้าวข้ามขีดจำกัดความอดทนของตนเอง เพื่อที่จะเป็นผู้ที่ทำเวลาได้ดี และทนความเจ็บปวดได้นานที่สุด
นอกจากจะถูกยกให้เป็นกีฬาสุดแปลกของโลกแล้ว ยังเป็นกีฬาที่อันตรายมากที่สุดของโลกอีกด้วย เพราะมีรูปแบบการแข่งขัน และมีกติกาการเล่นที่บ้าระห่ำ ด้วยการนำตัวเฟอเรท 2 ตัว ปล่อยเข้าไปอยู่ในกางเกงขายาว ที่ปิดช่องว่างไม่ให้พวกมันหนีออกมาได้ และผู้เข้าแข่งขัน จะต้องทนความเจ็บปวด ที่เกิดขึ้นในจุดซ่อนเร้นให้นานที่สุดด้วยเช่นกัน
ปัจจุบัน กีฬาประเภทนี้ แทบจะกลายเป็นกีฬาที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เกือบสูญหายไปแล้ว แม้ว่าในอดีต จะเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็ตาม เมื่อมีการทำลายสถิติโลกในปี 2010 จบลง แทบจะไม่มีที่ใดจัดการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ขึ้นมาให้เห็นอีกเลย มีเพียงแค่การพูดถึงสถิติการแข่งขันเท่านั้น มากกว่าจะมีการจัดการแข่งขัน

