
พลิกประวัติศาสตร์ Jensen Huang จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต
- Blackcat
- 9 views

Jensen Huang จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ก่อตั้ง NVIDIA แต่เขาคือสัญลักษณ์ของการปรับตัวในโลกเทคโนโลยี ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ ที่เขาต้องเผชิญหน้ากับจุดพลิกผัน ที่เกือบทำให้บริษัทล้มละลายถึง 3 ครั้ง แต่วิกฤตเหล่านั้นกลับกลายเป็นรากฐานแข็งแกร่งที่ทำให้มูลค่าบริษัทของเขาพุ่งทะยานสู่หลัก 2-3 ล้านล้านดอลลาร์

บุคลิกที่ถ่อมตัวแต่ดุดันของ Jensen ถูกหล่อหลอมจากงานระดับพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมที่บีบคั้น ทำให้เขานั้นกลายเป็นผู้นำที่มีความอดทนสูงที่สุด
Jensen Huang เขาเกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1963 ที่เมือง ไทเป ไต้หวัน เขาเป็นนักธุรกิจชาวไต้หวันและอเมริกัน และเป็นทั้ง ผู้ใจบุญ วิศวกรไฟฟ้า CEO
และประธานของ Nvidia บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เดือน มกราคม 2026 Forbes ได้มีการประเมินมูลค่าสุทธิของเขาไว้ที่ 164.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 7 ของโลก
จุดเริ่มต้นของการทำงาน
ในวัย 15 ปี เขาได้งานกะกลางคืนที่อาหาร Denny’s ซึ่งเป็นร้านอาหารในท้องถิ่น โดยทำงานในตำแหน่ง พนักงานเสิร์ฟ, พนักงานเก็บโต๊ะ และตำแหน่งพนักงานล้างจาน ตั้งแต่ช่วงปี 1978 ถึง 1983
หลังจากจบมัธยมปลาย เข้าเลือกเข้าศึกษาที่ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน โดยเลือกเรียนวิศวกรรมไฟฟ้า และสำเร็จการศึกษาในปี 984 ด้วยปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1
ต่อมาก็เข้าเรียนหลักสูตรปริญญาโทภาคค่ำ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเรียนควบคู่ไปกับการทำงาน และจบการศึกษาปริญญาโทสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าในปี 1992
ที่มา: Jensen Huang (5 เมษายน 2026) [1]
Jensen มักย้ำเสมอว่าความล้มเหลวคือ การเรียนรู้ที่มีราคาแพงแต่คุ้มค่า ในวันที่ 5 เมษายน 1993 เขาได้ก่อตั้ง NVIDIA ร่วมกับ Chris Malachowsky และ Curtis Priem
พวกเขาเริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 40,000 ดอลลาร์ จนตอนนี้บริษัทได้กำไรสุทธิอยู่ที่ 120.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปีงบประมาณ 2569) และมีจำนวนพนักงานกว่า จำนวนพนักงาน 42,000 คน (ปีงบประมาณ 2569) (2 เมษายน 2026) [2]

ช่วงเวลาที่มืดแปดด้านที่สุดของ NVIDIA เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 เมื่อบริษัทเหลือเงินในบัญชีเพียงพอสำหรับจ่ายพนักงานอีกแค่ 30 วันเท่านั้น
หลังจากความล้มเหลวของ NV1 ที่ใช้เทคโนโลยี Quadratic Texture Mapping ซึ่งไม่เป็นที่นิยม Jensen ตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ในปี 1997 ด้วยชิป RIVA 128
แม้ว่าช่วงปลายยุค 2000 ถึง 2010 Nvidia จะประสบปัญหาทางการเงินและราคาหุ้นที่ลดลงถึง 80% แต่ทว่าทว่าทางบริษัทได้มีการลงทุนกับเทคโนโลยีที่สำคัญ เช่น CUDA จนต่อมาทำให้ Nvidia กลายเป็นผู้นำในตลาด Deep Learning และ AI ที่เฟื่องฟูอย่างมากในช่วงหลังปี 2012 (11 ธันวาคม 2024) [3]
ในช่วงปี พ.ศ. 2540 ถึง พ.ศ. 2543 ที่เกิดวิกฤตฟองสบู่ดอทคอม ซึ่งเป็นภาวะการเก็งกำไรที่เกินควร ของตลาดหลักทรัพย์ภาคเทคโนโลยี อ่านต่อเพิ่มเติมที่ Wikipedia แต่ทว่า Jensen ไม่ได้สั่งตัดงบวิจัยและพัฒนา (R&D) แต่กลับเพิ่มการลงทุนสวนทางกระแสโลก
Jensen Huang เริ่มจากพนักงานเสิร์ฟกะกลางคืน ของร้านอาหารในท้องถิ่น ก้าวสู่มหาเศรษฐีผู้กุมบังเหียน AI โลก Jensen พิสูจน์ให้เห็นว่าวิสัยทัศน์ที่มั่นคง คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด
แรงขับเคลื่อนสำคัญของเขาคือ ความไม่ประมาท เขามักกล่าวว่า เขาตื่นมาพร้อมกับความคิดที่ว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งในวันรุ่งขึ้นเสมอ ทำให้เขามีการลงทุนใน การลงทุนใน CUDA ตั้งแต่ปี 2006
เป็นจำนวนหลายล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะไม่มีกำไร ตอบกลับมานานนับทศวรรษก็ตาม และในปัจจุบันนี้มีนักพัฒนามากกว่า 4 ล้านคน ที่ใช้งานแพลตฟอร์มของเขา และชิป H100 ของเขามีราคาที่พุ่งสูงขึ้นถึง 25,000 – 40,000$ ดอลลาร์
Jensen มองเห็นว่า กราฟิก และ คณิตศาสตร์ขั้นสูง คือสิ่งเดียวกัน เขาไม่ได้มองว่า GPU เป็นเพียงอุปกรณ์เล่นเกม แต่กลับมองว่ามันคือเครื่องจักร ที่สามารถประมวลผลอัลกอริทึม ที่มีความซับซ้อนของ Deep Learning ได้ โดยมีการเปลี่ยนผ่านสู่ Accelerated Computing ในขณะที่ Intel
และบริษัทอื่นยังคงยึดติดกับ CPU ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ ปัจจุบัน NVIDIA มีมูลค่าตลาด สูงกว่าบริษัทผลิตชิปดั้งเดิมหลายเจ้ารวมกัน และเขาได้กลายเป็นบุคคล ที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของมนุษยชาติในศตวรรษที่ 21

