
Michael Bloomberg เริ่มต้นจากอะไร ถึงรวยระดับโลก
- Blackcat
- 10 views

Michael Bloomberg เริ่มต้นจากอะไร เขาเริ่มต้นจากการศึกษาและการทำงาน ในตลาดการเงิน ก่อนจะออกจากงานและสร้างธุรกิจของตัวเองอย่างบริษัท Bloomberg LP

จุดเริ่มต้นของบลูมเบิร์ก มาจากการเริ่มศึกษาการทำงาน และใช้โอกาสที่ได้มาอย่างชาญฉลาด จนทำให้เขาก้าวเข้าสู่บทบาทของนักธุรกิจ และมหาเศรษฐีที่รวยระดับโลก
Michael Rubens Bloomberg เกิดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1942 ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เติบโตในเมืองเมดฟอร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์จาก Johns Hopkins University และ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ
จาก Harvard University ในช่วงปี 1981 ถึง 2001 ได้เข้าดำรงตำแหน่ง CEO ในบริษัท Bloomberg LP และเป็น CEO อีกครั้งในช่วงปี 2014–2023 และช่วงปี 2002 ถึง 2013
เขาได้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีคนที่ 109 ของนครนิวยอร์ก และในปี 2025 เดือนธันวาคม เขามีมูลค่าสุทธิ 109.4 พันล้านดอลลาร์ จึงทำให้เขาติดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอันดับที่ 17
ที่มา: Michael Bloomberg (13 มีนาคม 2026) [1]
ในปี พ.ศ. 2509 บลูมเบิร์กได้เริ่มทำงานใน Salomon Brothers ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนขนาดใหญ่ในวอลล์สตรีท ก่อตั้งขึ้นในปี 1910 โดย Arthur Salomon, Herbert Salomon และ Percy Salomon (25 มีนาคม 2026) [2]
ซึ่งตอนนั้นบลูมเบิร์กได้รับเงิน 9,000 ดอลลาร์ต่อปี ต่อมาเข้าได้เลื่อนตำแหน่งและย้ายไปที่ตำแหน่งซื้อขายหุ้น และได้กลายเป็นหุ้นส่วนทั่วไปของ Salomon Brothers ในปี พ.ศ. 2515 ซึ่งเขาเป็นทั้งหัวหน้าฝ่ายซื้อขายหุ้น และต่อมาก็เป็นหัวหน้าของฝ่ายพัฒนาระบบ
ก่อนที่ฝ่ายบริหารชุดใหม่ จะไล่เขาออกในปี พ.ศ. 2524 และจ่ายเงินให้เขา 10 ล้านดอลลาร์สำหรับหุ้นของเขาในบริษัท Salomon Brothers เนื่องจากบริษัทถูกซื้อกิจการต่อโดย Phibro Corporation ที่เป็นบริษัทซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ทางกายภาพระดับนานาชาติ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมของ Phibro ต่อได้ที่ wikipedia

บลูมเบิร์ก ได้ใช้เงิน 10 ล้านดอลลาร์ ในการก่อตั้งบริษัท Bloomberg LP พร้อมกับการพัฒนาระบบข้อมูลการเงินแบบเรียลไทม์ ที่สามารถตอบโจทย์นักลงทุนทั่วโลกได้
ซึ่งการใช้โมเดลธุรกิจแบบสมาชิก และกลยุทธ์ที่เน้นข้อมูลที่มีคุณภาพสูง ทำให้ธุรกิจของเขาเติบโต จนสามารถสร้างรายได้ หลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี และเขาก็กลายเป็นผู้นำ ในด้านอุตสาหกรรมการเงินระดับโลกไปเลย
บลูมเบิร์ก แอลพี (Bloomberg LP) เป็นบริษัทเอกชนด้านการเงิน ข้อมูล ซอฟต์แวร์ และสื่อของอเมริกา มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ มิดทาวน์ แมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ก่อตั้งขึ้นวันที่ 1 ตุลาคม 2524 โดย Michael Bloomberg ร่วมกับ Thomas Secunda, Charles Zegar
และ Duncan MacMillan ซึ่งจุดเริ่มต้นของบริษัทคือ บลูมเบิร์กใช้เงิน 10 ล้านดอลลาร์ของเขาในการเริ่มต้น Innovative Market Systems (IMS) เขาได้พัฒนาและสร้างระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เพื่อให้บริการข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์ทางการเงิน
การคำนวณทางการเงิน แก่บริษัทใน วอลล์สตรีท โดยเทอร์มินัล Market Master ซึ่งในเวลาต่อมาเรียกกันว่า Bloomberg Terminal ออกวางจำหน่ายในเดือน ธันวาคม 1982 และมีลูกค้ารายแรกก็คือ Merrill Lynch โดยซื้อเทอร์มินัล 20 เครื่องและหุ้น 30% ในบริษัทรวมเป็นเงินกว่า 30 ล้านดอลลาร์
ความเปลี่ยนแปลงของบริษัท
ในปี พ.ศ. 2529 ได้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทมาเป็น Bloomberg LP (ห้างหุ้นส่วนจำกัด) และได้เปิดตัว Bloomberg Business News และเปลี่ยนชื่อเป็น Bloomberg News ในปี พ.ศ. 2533 และมี Matthew Winkler เป็นบรรณาธิการบริหาร
บลูมเบิร์กแอลพี ยังคงเป็นบริษัทเอกชนมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และการครอบครองส่วนใหญ่เป็นของบลูมเบิร์ก และในปี 2544 Bloomberg ได้สละตำแหน่ง CEO พร้อมกับแต่งตั้ง Lex Fenwick เป็นซีอีโอแทน เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นนายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ก
ที่มา: Bloomberg L.P. (13 มีนาคม 2026) [3]
ความสำเร็จของบลูมเบิร์กเกิดจากการที่เขานั้น มีการวางกลยุทธ์ ที่มีความแม่นยำและค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยเริ่มจากการแก้ไขปัญหาจริงที่ตลาดต้องพบเจอ ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า ในยุคก่อนที่เขาจะเป็นที่รู้จักนั้น นักลงทุนต้องใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งที่มา
และมีความล่าช้าอย่างมาก เขาจึงเริ่มทำระบบที่สามารถรวมทุกอย่างไว้ในระบบเดียว และแสดงได้แบบเรียลไทม์ และต่อมาคือการสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรม จนกลายเป็นที่ต้องการของนักลงทุนทั่วโลก หลังจากนั้นก็มีการขยายจากข้อมูลการเงินทั่วไป
เป็นสื่อข่าวที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก จนกระทั่งกลายเป็นระบบวิเคราะห์ และซอฟต์แวร์เฉพาะของตัวเอง ปัจจัยสุดท้ายคือการใช้เครือข่ายของลูกค้ารูปแบบองค์กร ได้แก่ สถาบันการเงิน กองทุน ธนาคาร เพื่อความมั่นคงของรายได้และสามารถขยายตัวได้ง่าย
การเริ่มต้นของเขาคือการศึกษา และอาศัยประสบการณ์จริง ใช้ปัญหาที่มีให้เกิดประโยชน์ โดยเริ่มต้นจากทุน 10 ล้านดอลลาร์ จนสามารถสร้างบริษัทที่มีรายได้ หลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ทั้งยังกลายเป็นอาณาจักรข้อมูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอีกด้วย
คือการใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ เปลี่ยนปัญหาที่พบเจอ ให้กลายเป็นโอกาสในการทำเงิน เพียงกล้าตัดสินใจ พร้อมกับวางกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและแม่นยำ สร้างคุณค่าที่ตลาดต้องการจริง ๆ ใช้โมเดลที่สร้างได้ระยะยาว
การปรับใช้ในชีวิตจริง ผู้อ่านสามารถเริ่มต้นจาก การพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญให้กลายเป็นคุณค่าที่ตลาดต้องการ และเริ่มจากการมองหาจุดที่ต้องแก้ไข แทนการหาเงินทุน
ทดลองทำสิ่งเล็ก ๆ พร้อมกับการใช้เครื่องมือที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงในระยะยาว

