
ในเกม NFS Heat แผนที่เปิดกว้างไหม ?
- ไข่น้อย
- 11 views

NFS Heat แผนที่เปิดกว้างไหม แน่นอนว่าเป็นโลกเปิดกว้าง ที่มาพร้อมกับความอิสระ เพราะผู้เล่นสามารถขับรถสำรวจแผนที่ของเกมนี้ ได้แบบทุกซอกทุกมุม โดยที่ไม่มีการตัดฉาก เพราะทุกอย่างจะเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว ทำให้ผู้เล่นขับขี่ได้อย่างต่อเนื่อง ไปตามเส้นทางที่หลากหลาย แถมยังมีการแบ่งช่วงเวลากลางวัน และกลางคืน ที่มอบบรรยากาศ และประสบการณ์ที่แตกต่างกันอีกด้วย
การพัฒนาเกมนี้ พัฒนาโดย Ghost Games และจัดจำหน่ายโดย Electronic Arts ที่มีการเผยแพร่ตัวอย่างเกมนี้ครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2019 และประกาศเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2019 ก่อนที่บริษัทพัฒนาเกม Criterion Games ได้เข้ามารับช่วงต่อ ในการพัฒนาเกมนี้ เมื่อปี 2020 ซึ่งทำให้เกมนี้ สามารถเล่นข้ามแพลตฟอร์มได้
ซึ่งตั้งแต่เกม Need for Speed Underground ในปี 2003 ตัวเกมภาคนี้ เป็นเกมแรกในซีรีส์เกม Need for Speed ที่มีคุณสมบัติเล่นข้ามแพลตฟอร์มได้ โดยถือว่าเป็นก้าวสำคัญ ที่ช่วยยกระดับเกมนี้ ให้มีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันช่วยเติมเต็มเกี่ยวกับ ประสบการณ์การขับรถได้อย่างยอดเยี่ยม และสมบูรณ์แบบ แถมยังเป็นอิสระมากกว่าภาคก่อน ๆ อีกด้วย [1]
การเล่นของเกมนี้ จะแบ่งออกเป็นสองช่วงเวลา ซึ่งก็จะมีทั้งแข่งรถตอนกลางวัน และกลางคืน แต่การแข่งรถทั้งสองช่วงเวลา จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะช่วงเวลากลางวัน จะเป็นการแข่งรถแบบถูกกฎหมาย ซึ่งผู้เล่นจะได้แข่งรถ ในรูปแบบกิจกรรมที่ถูกกฎหมาย โดยการแข่งขันแต่ละรอบ ผู้เล่นจะต้องสร้างผลงาน เพื่อที่จะได้รับเงินตอบแทน
ส่วนกลางคืนนั้น จะกลายเป็นอีเว้นท์แข่งรถผิดกฎหมาย ที่ผู้เล่นจะไม่ได้รับเงิน แต่จะได้รับค่าชื่อเสียงแทน และในแต่ละอีเว้นท์ที่ผิดกฎหมาย ก็จะมีตำรวจคอยไล่ล่า และขัดขวางผู้เล่น ซึ่งความท้าทายที่แท้จริงนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อสะสมค่าชื่อเสียง เพราะยิ่งมากเท่าไหร่ ตำรวจก็จะไล่ล่าหนักขึ้น ทำให้มอบประสบการณ์ความตื่นเต้น ที่บีบคั้นหัวใจ และท้าทายฝีมือการขับรถได้อย่างยอดเยี่ยม (4 พฤศจิกายน 2019) [2]
แน่นอนว่าสามารถปรับแต่งได้ โดยสามารถปรับเปลี่ยนโฉมรถ ได้ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก ไปจนถึงสมรรถนะภายใน โดยการตกแต่งภายนอกนั้น ครอบคลุมตั้งแต่การเปลี่ยนชุดบอดี้ สปอยเลอร์ ล้อแม็ก ไปจนถึงการออกแบบลวดลาย ที่สามารถสร้างสรรค์เอง หรือจะไปดาวน์โหลดจากผู้เล่นคนอื่นมาใช้ก็ได้ แถมยังมีการประบแต่งเสียงท่อได้อีกด้วย
ส่วนการแต่งภายในนั้น ก็จะมีทั้งการแต่งเครื่องยนต์ เพื่อยกระดับความแรง พร้อมทั้งยังมีการแบ่งระดับของอะไหล่ ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ไปจนถึงระดับสูงสุด โดยจะต้องใช้ค่าชื่อเสียง ที่หนีตำรวจช่วงเวลากลางคืน เพื่อปลดล็อกเครื่องงยนต์ระดับต่าง ๆ แถมยังมีการปรับจูนระบบช่วงล่าง และยาง เพื่อให้มีความสอดคล้องกับ สไตล์การขับขี่ของผู้เล่นแต่ละคนอีกด้วย

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นบทความ แผนในเกมนี้ จะเป็นแผนที่แบบเปิดกว้าง ที่เหมือนกับเกม Forza Horizon 5 ที่ถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่มีการตัดฉากกั้น ทำให้ผู้เล่นสามารถเดินทางข้ามย่านต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการซิ่งรถผ่านเขตตัวเมือง ที่เต็มไปด้วยตึกมากมาย และซอกซอยอันซับซ้อน หรือจะขับออกไปสู่แถบชานเมืองก็ได้
นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นที่ด้านบนของแผนที่ ยังประกอบไปด้วยเส้นทางคดเคี้ยว ที่อยู่บนเทือกเขา ที่ท้าทายทักษะการดริฟต์รถ รวมถึงเขตอุตสาหกรรม และท่าเรือ ที่ใช้เป็นจุดกระโดด เพื่อทำคะแนน หรืออาจจะใช้หนีการไล่ล่าจากตำรวจก็ได้ ซึ่งแผนที่ของเกมนี้ ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยกิจกรรม และของสะสม ที่รอให้ผู้เล่นไปค้นหาแบบทุกซอกทุกมุม ตามสไตล์การเล่นแต่ละคน
สำหรับการปลดล็อกรถในเกมนี้ จะมีเงื่อนไขหลักที่ผสมผสานกัน ระหว่างการสร้างชื่อเสียง และการสะสมเงินรางวัล โดยขั้นตอนพื้นฐานคือผู้เล่นจะต้อง เพิ่มระดับค่าชื่อเสียง ให้ถึงตามที่ตัวเกมกำหนดไว้ และเมื่อระดับค่าชื่อเสียงถึง ในโชว์รูมขายรถของเกมนี้ ก็จะปลดล็อกรถใหม่ ออกมาให้ผู้เล่นได้เลือกซื้อ แต่มันเป็นเพียงก้าวแรก ในนการปลดล็อกรถเท่านั้น
เพราะหลังจากนั้น ผู้เล่นก็จะต้องสะสมเงินในเกม ที่หามาได้จากการชนะการแข่งขัน ในโหมดถูกกฎหมายช่วงเวลากลางวัน เพื่อนำไปซื้อรถที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังมีรถพิเศษอีกมากมาย ที่ไม่สามารถใช้ชื่อเสียง และเงินในเกมซื้อได้ เพราะมันอาจจะนำมาขายเป็นเงินจริง หรืออาจจะให้ผู้เล่นทำกิจกรรมบางอย่าง เพื่อปลดล็อกรถพิเศษคันนั้น ๆ
สเปคคอมที่รองรับเกมนี้ จะต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 เพื่อเปิดตัวเกม และต้องใช้โพรเซสเซอร์ Ryzen 3 1300X หรือ Core i7 4790 ควบคู่กับ RAM 16 GB ในการประมวลผลตัวเกม และนอกจากนี้ จะต้องใช้การ์ดจอ AMD: Radeon RX 480 หรือรุ่นที่สูงกว่านี้ เพื่อที่จะทำให้การปรับกราฟิกภายในเกม ทำได้สูงสุด และมาพร้อมกับความลื่นไหล
ส่วนเรื่องของหน่วยความจำ เกมนี้ต้องการมากกว่า 50 GB และให้ลงตัวเกม เอาไว้ใน SSD หรือ M.2 เท่านั้น เพื่อที่จะทำให้การโหลดข้อมูลเกม และแผนที่ขนาดมหึมา เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว แถมยังช่วยลดปัญหาอาการภาพกระตุก หรือการที่โหลดฉากไม่ทันได้อีกด้วย ซึ่งทำให้ประสบการณ์การขับรถในเกมนี้ เป็นไปอย่างราบรื่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดที่คมชัด (2026) [3]
โดยสรุปแผนที่ในเกมนี้ เป็นแผนที่แบบเปิดกว้างอย่างแน่นอน แถมยังมาพร้อมกับ ความอิสระในการสำรวจแบบไร้ขีดจำกัด ทำให้ผู้เล่นสามารถดื่มด่ำ ไปกับบรรยากาศได้อย่างเต็มอิ่ม ในทุกสภาพแวดล้อมที่ไร้รอยต่อ แถมระบบการเล่นทั้งกลางวัน และกลางคืน ก็มีความน่าสนใจมาก ซึ่งมันตอบสนองทุกจินตนาการ ของเหล่านักแข่งรถ ให้เป็นจริงได้ในทุกตารางนิ้ว
การจะซื้อเกมนี้ให้คุ้มค่า จะต้องดูช่วงเวลาที่ตัวเกมได้นำมาลดราคา ซึ่งส่วนมากจะเป็นช่วงเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งจากที่เคยเห็น เกมนี้มีการลดราคาเกินครึ่งอย่างแน่นอน เพราะด้วยความที่เปิดมานานแล้ว จึงมีการลดราคาเยอะมาก แต่หากรอช่วงลดราคาไม่ไหว จะซื้อราคาเต็มก็ได้ ซึ่งราคาจะอยู่ที่ 1,899 บาท (ราคา ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026)
บัญชีที่ใช้เข้าเล่นเกมนี้ ก็จะต้องใช้ตามแพลตฟอร์มที่ซื้อตัวเกม โดยบัญชีที่ใช้ได้นั้น ก็จะมีของทาง PC ที่สามารถใช้บัญชี Steam, Epic Games Store หรือบัญชี EA App โดยตรง และนอกจากนี้ ก็จะมีบัญชีของฝั่งเครื่องเกม Console ได้แก่ PlayStation Network และ Xbox Gamertag

