
กีฬาพื้นบ้านในเอเชีย Sepak Raga Bulatan คือกีฬาอะไร ?
- Chono
- 26 views

Sepak Raga Bulatan คือกีฬาอะไร คำตอบก็คือ นี่คือกีฬาพื้นบ้าน ที่มีต้นกำเนิดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเน้นทักษะความชำนาญ ความสามัคคี และความต่อเนื่องในการเล่น โดยที่ไม่ได้เน้นการเอาชนะคู่ต่อสู้ แต่จะเน้นการร่วมงานกันเป็นทีม ในประเทศไทยจะถูกเรียกว่า ตะกร้อลอดห่วง แต่ทั้งสองชนิดนี้ มีต้นกำเนิดที่แตกต่างกันออกไป
สำหรับกีฬา Sepak Raga Bulatan หรือเซปักรากา เป็นกีฬาดั้งเดิมของประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยมีต้นกำเนิดในหมู่เกาะมาเลย์ ซึ่งกีฬาชนิดนี้ มีความเกี่ยวข้อง กับกีฬาเซปักตะกร้อในปัจจุบัน มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกัน แถมยังมีกีฬาชนิดอื่นๆ ที่มีรูปแบบการแข่งขันคล้ายกันอีกหลายๆ กีฬา เช่น ฟุตแบ็กเน็ต และเจียนจื่อ
กีฬาเซปักรากา เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนชาวอินโดนีเซียและมาเลเซีย และเป็นที่รู้จักในหลายๆ พื้นที่ เช่น คาบสมุทรมาเลย์, สุลาเวซี, สุมาตรา และบอร์เนียว รู้จักกันในชื่อเซปักตะกร้อ เป็นกีฬาท้องถิ่น ที่ยังคงใช้ลูกบอล ที่ทำมาจากหวาย ซึ่งผู้เล่นแต่ละคน จะต้องโชว์ฝีมือ ในการควบคุมลูกบอล และจะใช้อวัยวะทุกช่วย ยกเว้นมือ ในการควบคุมลูกตะกร้อ
กีฬาชนิดนี้ เป็นกีฬาดั้งเดิม ที่เล่นกันมาตั้งแต่สมัยสุลต่านแห่งมะละกา ในปี 1478 แต่ต้นกำเนิดที่แท้จริง ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ ถูกทำลายไปหลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อเวลาผ่านไป และความนิยมในกีฬาเพิ่มสูงขึ้น ภายในปี 1945 เหล่าผู้เล่นจึงได้คิดค้นกฎกติกาการแข่งขันใหม่ขึ้นมา
เพื่อเป็นการโชว์ให้เห็นรูปแบบการเล่นใหม่ และด้วยความพยายามของบุคคลหลายท่าน เช่น Mohamed bin Abdul Rahman จึงได้มีการแข่งขันครั้งแรกในช่วงต้นปี 1946 ซึ่งเป็นการแข่งขันโชว์ระหว่างทีมจากจาลัน ฮาติน และทีมจากปาทาไน แข่งขันกันที่โรงพยาบาลสัตว์ ในรัฐปีนัง ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับกันอย่างครึกครื้น
ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กีฬาประเภทนี้ ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และได้ถูกจัดตั้งขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายน 1960 โดยสหพันธ์ฟุตบอลมาลายา ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในการประชุม โดยสมาคมฟุตบอลปีนัง และได้ทำการแต่งตั้ง Y. Bhg Tan Sri Khir Johari เป็นประธานในการดำเนินการ พร้อมกับออกกฎกติกาการแข่งขันทันที (23 มกราคม 2026) [1]
ภาพรวมของความแตกต่าง สำหรับกีฬาตะกร้อลอดห่วง จะเน้นไปที่ความร่วมมือกันภายในทีม ไม่ได้แข่งขันกับคู่ต่อสู้ และจะต้องอาศัยความชำนาญของผู้เล่น ในการโชว์ฝีมือการควบคุมลูกตะกร้อ เพื่อให้ลงห่วง หรือใครที่อยากจะดูบทความรีวิวกีฬาสุดแปลก ที่ทางเราได้นำเสนอเอาไว้ก่อนหน้านี้ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ Buzkashi คือกีฬาอะไร

ประวัติความเป็นมา ของกีฬาตะกร้อลอดห่วง ถือเป็นกีฬาพื้นบ้านของไทย ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งเกิดจากการทำโทษประชาชน ที่กระทำความผิด โดนสมัยนั้น จะถูกลงโทษด้วยการจับยัดใส่ลูกตะกร้อ ที่มีขนาดใหญ่และกว้าง และจะให้ช้างเตะไปเตะมา ต่อมาจึงค่อยๆ ประยุกต์กติกาการเล่น จึงเกิดเป็นตะกร้อลอดห่วงขึ้นมา
นายยิ้ม สีหน เป็นผู้ริเริ่มกฎกติกาของกีฬาชนิดนี้ เดิมทีลูกตะกร้อทำมาจากหวาย แต่เนื่องจากมีน้ำหนักที่มากเกินไป แถมยังมีลักษณะแข็ง จึงเปลี่ยนวัสดุเป็นพลาสติก เพื่อให้มีมาตรฐาน และยุติธรรมในการแข่งขันมากที่สุด ซึ่งตะกร้อลอดห่วงในประเทศไทย เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ตะกร้อลอดบ่วง
สำหรับกติกาการแข่งขัน จะมีห่วงอยู่ด้านบน โดยผู้เล่นจะต้องแตะลูกตะกร้อให้โด่งขึ้นไป หากเข้าห่วงก็จะได้รับคะแนน สนามในการแข่งขัน จะเป็นพื้นที่ราบกว้าง 18 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 เมตร และจะแขวนห่วง 3 ห่วงขนาดเท่ากัน มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 เซนติเมตร แขวนสูงจากพื้น 5.75 เมตร พร้อมกับจำนวนผู้เล่นไม่ต่ำกว่า 6-7 คน (17 เมษายน 2025) [2]
สำหรับกีฬาชนิดนี้ ในประเทศไทย มีการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ในช่วงปี 2475 จนถึงปี 2479 โดยนายกสมาคมกีฬาสยามคนที่ 2 นายยิ้ม ได้จัดให้มีการแข่งขัน ที่สนามหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศ ซึ่งกีฬาชนิดนี้ เริ่มเป็นที่นิยมในยุคสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ผู้หญิงสามารถเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาตะกร้อลอดห่วงได้ โดยมีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ทั้งในระดับชาติ และนานาชาติ เช่น ในการแข่งขันของกีฬาซีเกมส์ ทีมหญิงไทย สามารถทำลายสถิติทำคะแนนได้เกิน 1,000 คะแนน ซึ่งในระยะเวลาในการแข่งขัน 30 นาที ในกติกาสากล
เมื่อวันที่ 10 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่สนามกีฬาเทศบาลนครนครปฐม มีการแข่งขันทั้งหมด 4 เหรียญทอง ทีมตะกร้อลอดห่วงหญิงของไทย สามารถเอาชนะไปด้วยคะแนน 1,000 คะแนน ซึ่งเอาชนะเหรียญเงิน 850 คะแนน และเอาชนะเหรียญทองแดง จากการแข่งขันกับประเทศฟิลิปปินส์ 540 คะแนน
และนี่ถือเป็นการทำสถิติโลก เนื่องจากยังไม่เคยมีทีมใดทำแต้มได้ถึงหลักพัน นับตั้งแต่มีการแข่งขันตะกร้อลอดห่วง ซึ่งการแข่งขันในระยะเวลา 30 นาที หมายความว่า ทุกๆ 1 นาที จะต้องแตะลูกตะกร้อเข้าห่วงได้ 3 ลูก จากกติกาสากล โดยจะต้องอาศัยความแม่นยำ ความเร็ว (11 ธันวาคม 2025) [3]
สรุปได้ว่า นี่คือกีฬาพื้นบ้านดั้งเดิม ของประชากรในประเทศอินเดีย และมาเลเซีย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกีฬาตะกร้อในยุคปัจจุบัน และสำหรับประเทศไทย ก็มีกีฬาชนิดนี้เกิดขึ้น ในสมัยสุโขทัย และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กีฬาชนิดนี้ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาซีเกมส์ ที่มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
ต้องขอบอกเลยว่า กีฬาชนิดนี้ ที่จะเน้นความร่วมมือเป็นทีม และอาศัยความชำนาญของผู้เข้าแข่งขัน เพื่อพยายามควบคุม ไม่ให้ลูกตะกร้อตกลงสู่พื้น และจะต้องทำให้ลูกตะกร้อเข้าห่วง ซึ่งมีความเสี่ยงเล็กน้อยมาก ที่จะเกิดอันตรายต่อตัวผู้เข้าแข่งขัน แต่ผู้เข้าแข่งขันอาจเกิดอาการบาดเจ็บเล็กน้อย หากมีการใช้ท่ายากในการเตะลูกตะกร้อ
กีฬาชนิดนี้ มีเสน่ห์ในตัวของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำ ที่ผู้เล่นจะต้องเตะลูกตะกร้อลงห่วงที่อยู่สูง ความสวยงามของท่าทาง และการร่วมมือกันเป็นทีม ซึ่งผู้เล่นจะต้องส่งลูกตะกร้อให้กับเพื่อนร่วมทีม และหาจังหวะในการทำคะแนน โดยรวมแล้ว ทั้งลีลาการเตะตะกร้อ ความอ่อนช้อย และความเคารพกันภายในทีม ถือเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย

