Sergey Brin กับการจัดสมดุลชีวิต ที่มากกว่าแค่การพักผ่อน

Sergey Brin กับการจัดสมดุลชีวิต

Sergey Brin กับการจัดสมดุลชีวิต ของเขาไม่ได้หมายถึงการหยุดนิ่ง แต่คือการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดผ่านกิจกรรมที่กระตุ้นอะดรีนาลีนเพื่อรีเซตสมอง ซึ่งวันนี้จะพาไปเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญที่หล่อหลอมให้ผู้ร่วมก่อตั้ง Google คนนี้กลายเป็นต้นแบบของการใช้ชีวิตแบบ Work-Hard, Play-Harder ที่คนทำงานยุคใหม่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

  • การบริหารพลังงานผ่าน Adrenaline Therapy
  • เทคนิคการเติมพลังสมองด้วยการลองทำสิ่งใหม่
  • การแบ่งส่วนชีวิตให้ลงตัวโดยไม่ต้องรอให้เกษียณ

การบริหารพลังงานผ่าน Adrenaline Therapy

Sergey Brin กับการจัดสมดุลชีวิต

Sergey Brin ไม่ได้มองว่าการออกกำลังกายคือ หน้าที่ แต่คือการบำบัดด้วยความตื่นเต้น (Adrenaline Therapy) เพื่อคลายความเครียด จากการบริหารองค์กรระดับแสนล้าน

การใช้ร่างกายอย่างหนักช่วยให้เขาสามารถตัดขาด จากความวุ่นวายของตัวเลข และอัลกอริทึมได้อย่างเฉียบขาด ก่อนจะกลับไปทำงานด้วยความสดชื่นที่มากกว่าเดิม

ทำความรู้จักกับ Sergey Brin ก่อน

Sergey Mikhailovich Brin เกิดวันที่ 21 สิงหาคม 1973 ที่มอสโก สหภาพโซเวียต บิดาของเขาเป็นศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ ที่เกษียณแล้วจาก University of Maryland, College Park ส่วนมารดาของเขาเป็นนักวิจัยที่ Goddard Space Flight Center ของ NASA

ส่วน Sergey Brin นั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ทั้งยังเป็นนักธุรกิจและเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Google กับ Larry Page เขาเป็นประธานของบริษัท Alphabet Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Goole และลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2019 แต่เขากับ Page ก็ยังคงอยู่ใน Alphabet ในฐานะสมาชิกคณะกรรมการ และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (4 เมษายน 2026) [1]

รายงานจาก Forbes

ระบุว่า เขาติดอันดับบุคคลที่รวยที่สุดในโลกอันดับ 3 ด้วยมูลค่าสุทธิที่ 232.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ Sergey Brin ได้บริจาคเงินกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ให้กับการวิจัยโรคพาร์กินสัน

ทั้งยังมุ่งเน้นการบริจาคเพื่อการกุศล ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ โรคของระบบประสาทส่วนกลางอีกด้วย (10 มีนาคม 2026) [2]

เทคนิคการเติมพลังสมองด้วยการลองทำสิ่งใหม่

เทคนิคการเติมพลังสมองด้วยการลองทำสิ่งใหม่โดย ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Sergey Brin รักษาระดับความคิดสร้างสรรค์ ได้นานนับทศวรรษ เพราะการตัดขาดจากหน้าจอ

คือการเปิดโอกาสให้สมองส่วน Default Mode Network (DMN) ทำงานซึ่งเป็นสภาวะที่ไอเดียเจ๋ง ๆ มักจะปรากฏออกมาและนี่คือตัวอย่างเทคนิคเจาะลึกที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที

  • Circus Sports Technique: Sergey Brin ขึ้นชื่อเรื่องการเข้าคลาส Flying Trapeze (กายกรรมโหนสลิง) และ High-Wire Walking กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ให้แค่ความสนุก แต่คือการฝึกสมองผ่านการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อน โดยเราสามารถปรับใช้ได้จากการลองทำกิจกรรมที่ต้องใช้การประสานงานของร่างกาย เช่น การปั้นดินเผา การเล่นโยคะท่ายาก หรือ การฝึกเล่นมายากลด้วยมือ ซึ่งการฝึกนี้จะช่วยให้ร่างกายกระตุ้น Cerebellum ซึ่งมีส่วนช่วยให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังช่วยให้ความเร็วในการประมวลผลข้อมูลและมีสมาธิมากขึ้น

การแบ่งส่วนชีวิตให้ลงตัวโดยไม่ต้องรอให้เกษียณ

Sergey Brin กับการจัดสมดุลชีวิต

หัวใจสำคัญของของเขาคือ แนวคิดที่ว่า ชีวิตคือการสะสมประสบการณ์ในปัจจุบัน ไม่ใช่การทำงานอย่างหนักเพื่อไปใช้ชีวิตในวัย 60 ปี เขาจึงออกแบบตารางเวลา ให้งานและกิจกรรมส่วนตัว ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้เขาสามารถบริหารโปรเจกต์ล้ำยุคอย่าง Google X

หรือ X Development ซึ่งเป็นศูนย์วิจัย และพัฒนา ทั้งยังเป็นองค์กรกึ่งลับของอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 เป็นไปพร้อมกับการใช้ชีวิตที่สุดเหวี่ยงได้โดยไม่เกิดอาการ Burnout เลยแม้แต่น้อย

ถอดบทเรียน Work-Life Integration

Sergey Brin ไม่เชื่อเรื่องการแยกงาน และชีวิตออกจากกัน (Work-Life Balance) แต่เขาใช้การ Integration หรือการรวมเข้าด้วยกัน หลัง Google เข้าตลาดหุ้น เขาผลักดันนโยบาย 20% Time ที่ให้พนักงานใช้เวลาทำงาน 20% ไปทำโปรเจกต์อะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ หรือสนใจ

โดยสามารถสร้างประโยชน์ให้กับ Google มากที่สุด และตัวอย่างนวัตกรรมที่เกิดจากนโยบาย 20 Percent Time ก็เช่น Gmail (2004), AdSense (2003) และ Google News ที่เกิดขึ้นในปี 2002 ซึ่งเราต่างก็คุ้นเคยกันดี (12 กรกฎาคม 2022) [3] ส่วนตัวเขาเองก็ใช้โมเดลนี้

ในการไปศึกษาเรื่องเทคโนโลยีการบิน และเรือเหาะมูลค่ากว่า 100-150 ล้านดอลลาร์ ในนาม LTA Research & Exploration การทำเช่นนี้ทำให้เขามีพลังในการทำงานเพิ่มขึ้น เพราะได้ทำในสิ่งที่หลงใหลไปพร้อม ๆ กับงานหลักได้

ข้อมูลเพิ่มเติม Work-Life Integration คืออะไร

Work-Life Integration จะเป็นการมุ่งเน้นการผสมผสานงานและชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกัน แทนการแยกจากกันอย่างชัดเจน หรือที่เรียกว่าแนวคิด Work-Life Balance แบบดั้งเดิม ซึ่ง Integration ไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานให้น้อยลง หรือใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น แต่เป็นการ จัดสรรเวลา

และออกแบบการทำงาน ให้ลงตัว เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังมีเวลาให้กับครอบครัว กิจกรรมที่ชอบ หรือการพบปะเพื่อนฝูง โดยไม่รู้สึกเครียดหรือกดดันมากเกินไป อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ Humanica

ความสุขที่ไม่ต้องใช้เงินมหาศาลของเจ้าพ่อ Google

แม้ว่าเขาจะมีเงินซื้อเกาะส่วนตัวได้ แต่เขานั้นกลับหาความสุขจากสิ่งเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็น การสวมรองเท้า Vibram FiveFingers ราคาประมาณ 4,500 – 6,500 บาท (สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2026)

ซึ่งเป็นรองเท้าแนว Minimalist ที่เน้นความรู้สึกเหมือนเท้าเปล่า หรือการปั่นจักรยานไปทำงานในช่วงปี 2000 ต้น ๆ นอกจากนี้เขายังสนใจการเล่นเกม เพื่อฝึกทักษะการวางแผน

โดยเฉพาะเกมที่ต้องใช้กลยุทธ์ และการคำนวณความเสี่ยง (Strategy Games) รวมถึงการวิเคราะห์สถิติต่าง ๆ ในวงการเกมมิ่ง ที่ให้ความสนุกมากกว่า การพนันที่หวังผลแพ้ชนะเพียงอย่างเดียว การโฟกัสที่กระบวนการคิด ในการเล่นเกมช่วยให้เขา มีทักษะการตัดสินใจที่เฉียบคมในบอร์ดบริหารมากขึ้น

บทสรุป Sergey Brin กับการจัดสมดุลชีวิต

สมดุลชีวิตของ Sergey Brin ไม่ใช่การทำงานให้น้อยลง แต่คือการใช้ชีวิตให้เข้มข้นพอ ๆ กับงานที่ทำ การกล้าลองผิดลองถูกกับร่างกายตนเอง และการเลือกใช้ชีวิตที่เรียบง่ายในบางมิติ ช่วยให้เขารักษาระดับความคิดสร้างสรรค์ไว้ได้ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ในวงการเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้

นำแนวคิดของเขามาปรับใช้อย่างไรให้ได้ผล?

คนทำงานออฟฟิศแบบเรา สามารถนำวิธีจัดสมดุลชีวิตแบบ Sergey Brin มาปรับใช้ให้เห็นผลใน 1 วันได้ ดังนี้

  • ช่วงเช้า ทดลองทำอะไรบางอย่างโดยไม่ต้องใช้การตัดสินใจที่มากเกินไป เช่น เลือกมื้ออาหารง่าย ๆ ชุดทำงานเรียบ ๆ เพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้กับการสำคัญแทน
  • ช่วงพักเที่ยง แทนที่จะนั่งไถมือถือเปื่อย ๆ เป็นลองทำกิจกรรมที่ต้องอาศัย การเคลื่อนไหวแทน เช่น การเดินเร็ว 15 นาที หรือการยืดเหยียดแบบโยคะ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • ช่วงเย็น ลองทำกิจกรรม ที่ท้าทายความกลัวเล็ก ๆ เช่น การเข้าคลาสออกกำลังกายใหม่ ๆ หรือการศึกษาทักษะ ที่ไม่เกี่ยวกับงาน ปรับใช้จากนโยบาย 20% ซึ่งจะช่วยให้สมอง สร้างเส้นใยประสาทใหม่ และตัดความกังวลจากงานทิ้งไปได้

ความลับในการรักษาสมดุลชีวิตของเขาคืออะไร?

ความลับคือการ รักษาสุขภาพผ่านข้อมูล Sergey Brin มีความจริงจังเรื่องพันธุกรรมมาก หลังจากที่เขาตรวจพบว่ามีความเสี่ยงทางยีน LRRK2 ซึ่งยีนหลักที่เกี่ยวข้องกับโรคพาร์กินสัน เขาจึงปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างเข้มงวด ทั้งการดื่มชาเขียววันละหลาย ๆ แก้ว และการออกกำลังกายอย่างหนัก

ผลการศึกษาพบว่าการปรับพฤติกรรม นี้ลดความเสี่ยงของเขาลงได้จาก 50% เหลือเพียง 25% นี่คือหลักฐานว่า สมดุลชีวิตของเขาถูกขับเคลื่อนด้วย ความรู้และการลงมือทำ เพื่อต่อเวลาความสุขให้ยาวนานที่สุด

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง