
Squad ต้องแบ่งทีมย่อยไหม สำหรับการเล่น
- ไข่น้อย
- 13 views

Squad ต้องแบ่งทีมย่อยไหม จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเกมแนวสงครามทหาร ที่ภายในหนึ่งกองกำลัง จะมีผู้เล่นจำนวนมาก จึงมีการแบ่งหน่วยย่อยมากมาย เพื่อลดความโกลาหลจากการสื่อสาร แต่จะต้องใช้การประสานงานที่ยอดเยี่ยม และแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน ทำให้ผู้เล่นแต่ละหน่วยรู้หน้าที่ชัดเจน และไม่เกิดอาการสับสน ในจังหวะชุลมุน
การพัฒนาเกมนี้ พัฒนา และมีการ เผยแพร่โดย Offworld Industries ที่ได้ประกาศพัฒนาเกมนี้ครั้งแรก เมื่อปี 2014 โดยมีทีมงานเพียง 15 คนเท่านั้น ที่ช่วยกันสร้างเกมนี้ ซึ่งมีการใช้ Unreal Engine 4 ของทาง Epic Games ในการพัฒนาเกมนี้ให้สมบูรณ์ และเปิดให้ทดสอบครั้งแรก เมื่อปี 2015 ซึ่งในปีเดียวกันนั้น ตัวเกมก็ได้ปรากฏบน Steam ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2015
ก่อนที่จะเปิดให้บริการในรูปแบบ Early Access เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2015 ที่เล่นระหว่างการพัฒนา จนท้ายที่สุด ในวันที่ 23 กันยายน 2020 ตัวเกมก็ได้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และสามารถจำหน่ายได้มากกว่า 3 ล้านชุด จากข้อมูลเมื่อปี 2022 แต่ปัจจุบันนี้ อาจจะมียอดขายที่สูงขึ้นไปอีก ซึ่งก็เพราะว่านักพัฒนาเกมนี้ ยังคงมุ่งมั่น Update เนื้อหาใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง (8 พฤศจิกายน 2025) [1]
การเล่นของเกมนี้ รองรับผู้เล่นมากถึง 100 คนในหนึ่งแผนที่ โดยจะมีการแบ่งเป็นสองทีม ทีมละ 50 คน ซึ่งเหมือนได้อยู่ในสนามรบที่สมจริง ทำให้ต้องมีการแบ่งย่อยทีม เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และใช้ระบบ วิทยุในการสื่อสาร ซึ่งในหนึ่งทีมก็จะมี 9 คน และมี Squad Leader คอยเป็นผู้สื่อสารกับทีมอื่น ๆ เพื่อที่จะสั่งการคนในทีมตนเองได้อย่างแม่นยำ ผ่านโหมดการเล่นมากมาย
โดยโหมดการเล่นในเกมนี้ ก็จะมี Insurgency หรือยึดพื้นที่ โหมด Invasion ที่ฝ่ายรับต้องยึดฐานฝ่ายบุกตามเวลาที่กำหนด โหมด Skirmish ที่เน้นการปะทะด้วยความเร็วบนพื้นที่จำกัด และอีกมากมาย ที่ไม่ว่าจะเป็นโหมดการเล่นแบบไหน ก็ต้องใช้การประสานงานผ่านช่องทางวิทยุ ที่แยกออกจากกัน เพื่อที่จะได้ประสานงานอย่างเป็นระบบ (2026) [2]
แน่นอนว่าเกมนี้ จะมีการแบ่งคลาสอย่างชัดเจน และละเอียดมาก เพราะตัวเกมเน้นความสมจริง ที่เป็นแบบ Tactical Shooter ทำให้ทุกคนต้องพึ่งพาอาศัยกัน ตามความเชี่ยวชาญของคลาสที่เลือก ซึ่งโดยหลักแล้ว จะแบ่งตามบทบาท ซึ่งก็จะมี Squad Leader มีหน้าที่วางกลยุทธ์ สื่อสารกับทีมอื่น Medic คลาสที่สามารถรักษาเพื่อนร่วมทีม Rifleman คลาสที่ช่วยเติมทรัพยากร และเป็นแนวหน้า
Automatic Rifleman คลาสที่ใช้ปืนกลหนัก เพื่อกดดันศัตรู ต่อมา Light & Heavy Anti Tank คลาสที่แบกจรวดเพื่อทำลายรถหุ้มเกราะ Combat Engineer มีหน้าที่สร้างฐาน และที่กำบังให้กับทีม หรือจะไปทำลายฐานทัพ และยานพาหนะศัตรูก็ได้ สุดท้าย Marksman และ Sniper สายสอดแนม ที่กำจัดเป้าจากระยะไกล และให้ข้อมูลตำแหน่งศัตรูแก่ทีมตนเอง

แผนที่ในเกมนี้ ไม่ใช่แค่สนามรบธรรมดา แต่เป็นสมรภูมิจำลองขนาดมหึมา ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการรบแบบเต็มรูปแบบ โดยมีลักษณะเด่นที่ทำให้ต่างจากเกมยิงทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พื้นที่กว้างขวางระดับ Open World ซึ่งกว้างมากพอ ที่จะทำให้การเคลื่อนที่ ต้องพึ่งพายานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถบรรทุก รถหุ้มเกราะ หรือเฮลิคอปเตอร์
ซึ่งการเดินเท้าในแผนที่ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรืออาจจะใช้เวลานานมาก โดยพื้นที่ที่กว้างขนาดนี้ เปิดโอกาสให้การเล่นของเกมนี้ ต้องใช้การวางแผน และนอกจากนี้ สภาพแวดล้อมภายในเกม ยังมีเขตเมือง ป่าเขา และทะเลทราย ทำให้การสู้รบในแต่ละพื้นที่ มีความแตกต่างกันอีกด้วย อย่างเช่นในทะเลทราย ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง การรบด้วยยานพาหนะจะดีที่สุด
อาวุธในเกมนี้ ไม่ได้ถูกแบ่งแค่ตามชนิดปืน แต่ถูกแบ่งตามบทบาทหน้าที่ ซึ่งต่างกับเกม ARMA 3 ทำให้สอดคล้องกับระบบคลาสภายในเกม ที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ ซึ่งก็จะมีอาวุธประจำกายพื้นฐาน ของแต่ละหน่วยให้เลือกใช้งาน และจะแตกต่างกันตามฝ่ายที่เลือกเล่น รวมไปถึงอาวุธยิงสนับสนุนอย่างปืนกลเบาและปืนกลอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาเพื่อการยิงกดดันศัตรู
นอกจากนี้ ยังมีอาวุธต่อต้านยานพาหนะ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในสมรภูมิขนาดใหญ่ ตั้งแต่จรวดประทับบ่า ไปจนถึงจรวดทำลายล้างสูง ที่สามารถหยุดยั้งรถถังหุ้มเกราะได้ ซึ่งความหลากหลาย ของอาวุธในเกมนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อความหลากหลายเท่านั้น แต่ถูกออกแบบมาให้ต้องใช้ตามสถานการณ์ ที่กำลังเผชิญหน้า และต้องใช้การบริหารจัดการ เพื่อให้รับมือกับทุกอุปสรรค ได้อย่างยอดเยี่ยม
สเปคคอมที่รองรับเกมนี้ได้นั้น จากข้อมูลที่ได้ค้นหามา มีการระบุเอาไว้ว่า จะต้องใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบ 64 Bit และต้องใช้โพรเซสเซอร์ Intel Core i5 8400 ควบคู่กับ RAM ที่มากกว่า 8 GB เพื่อเปิดตัวเกม และทำให้การประมวลผลสมบูรณ์ที่สุด
และนอกจากนี้ จะต้องใช้การ์ดจอ Nvidia GTX 1060 6GB หรือรุ่นที่ดีกว่านี้ เพื่อที่จะใช้ในการปรับกราฟิกของตัวเกม ให้มีความลื่นไหล และสามารถปรับได้สูงสุด สุดท้ายอย่างลืมเหลือพื้นที่ว่าง ที่เอาไว้จัดเก็บข้อมูลตัวเกม ที่ต้องมากกว่า 65 GB และจำเป็นอย่างมาก ที่ต้องลงใน SSD เพราะ HDD จะทำให้เกมนี้ประมวลผลได้ช้ามาก (2026) [3]
การเล่นของเกม Squad ต้องแบ่งทีมย่อยไหม โดยสรุปแล้ว การเล่นในเกมนี้ จำเป็นอย่างมากที่ต้องแบ่งทีม เพราะอย่างที่บอกไป ภายใน 1 ทีมใหญ่ จะมีผู้เล่นมากถึง 50 คน ซึ่งหากสื่อสารรวมกันทั้งหมด จะก่อให้เกิดความวุ่นวาย มากกว่าการเล่นแบบเป็นทีม ดังนั้นจึงมีการแบ่งทีมแยกย่อยหลายทีม ซึ่งมีทีมละ 9 คน เพื่อที่จะได้รับฟัง และสั่งการได้ง่ายยิ่งขึ้น
การเข้าถึงเกมนี้ จำเป็นต้องมีบัญชี Steam ของทาง Valve เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มหลัก ที่ใช้ในการวางจำหน่าย และ Update ตัวเกมตั้งแต่วันแรก มาจนถึงปัจจุบัน โดยสามารถซื้อเกมผ่านร้านค้า Steam เพื่อผูกติดกับบัญชีได้เลย นอกจากนี้สำหรับใครที่มีบัญชี Epic Games Store ก็อาจจะมีตัวเกมปรากฏให้เห็นบ้าง ในฐานะ Partner แต่การใช้งานผ่าน Steam ยังคงเป็นช่องทางที่เสถียรที่สุด
การที่จะซื้อเกมนี้ให้คุ้มค่า จะต้องซื้อช่วงที่มีการลดราคา ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเทศกาลต่าง ๆ ที่ทาง Steam ได้นำตัวเกมมาลดราคา และอาจจะลดเยอะมาก เพราะเป็นเกมที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามหากซื้อตัวเกมเต็ม ราคาจะอยู่ที่ 899 บาท (ราคา ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026)

