
กีฬาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Sepak Takraw คือกีฬาอะไร
- Chono
- 14 views

Sepak Takraw คือกีฬาอะไร คำตอบก็คือ นี่เป็นกีฬาประเภททีม ที่ใช้ลูกบอลที่ทำจากหวาย หรือลูกตะกร้อ ในการแข่งขัน บนพื้นสนามรูปสี่เหลี่ยม คล้ายกับสนามแบดมินตัน และกีฬาประเภทนี้ มีรูปแบบการแข่งขัน คล้ายกับกีฬาวอลเลย์บอล โดยผู้เข้าแข่งขัน สามารถใช้เท้า ไหล่ เข่า หน้าอก และศีรษะ ในการสัมผัสลูกบอล
สำหรับกีฬาเซปักตะกร้อ (Sepak Takraw) มีถิ่นกำเนิดมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเข้าโดยชาวจีน ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกีฬาคูจูแบบดั้งเดิม ซึ่งใช้ในการฝึกฝนทางทหาร โดยเป็นการเตะลูกบอล ที่ทำมาจากหนังสัตว์ ภายในบรรจุขนนก และเตะสลับไปมาระหว่างผู้เล่นสองฝั่ง และในประเทศเมียนมา ได้รับความนิยม เมื่อประมาณ 1,500 ปี
ในประเทศมาเลเซีย มีการบันทึกเอาไว้ว่า ใช้ลูกบอลที่ทำมาจากหวาย กำเนิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 ตามบันทึกโบราณของพงศาวดารมาเลย์ และได้มีการบรรยายถึงเหตุการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับราชามูฮัมหมัด ต่อมากีฬาประเภทนี้ ได้มีการกำหนดมาตรฐานการเล่นอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 1960 และมีการจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 1945 ที่รัฐปีนัง (25 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
และในประเทศไทย กีฬาประเภทนี้ ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีต ซึ่งพบข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย บันทึกโดยบาทหลวงเดรียง โลเนย์ ได้ระบุเอาไว้ว่า ชาวสยามชื่นชอบกีฬาประเภทนี้ และประวัติศาสตร์ตะกร้อในยุคธนบุรี ประมาณ พ.ศ. 2315 พบบันทึกของชาวฝรั่งเศส ได้ระบุเอาไว้ว่า คนไทยชื่นชอบเล่นกีฬาประเภทนี้ ในยามว่าง
และประวัติกีฬาเซปักตะกร้อ เกิดจากการร่วมมือกัน ระหว่างนักกีฬาไทย และนักกีฬาจากมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2508 ซึ่งในช่วงเวลานั้น ทางสมาคมกีฬาตะกร้อประเทศมาเลเซีย ได้นำวิธีการเล่น มาให้คนไทยได้รับชม เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กติกาการแข่งขัน ของกีฬาตะกร้อในประเทศไทย
ซึ่งกติกาการเล่นตะกร้อในประเทศไทย จะคล้ายกับกีฬาแบดมินตัน ส่วนกติกาฝั่งมาเลเซีย จะคล้ายกับกีฬาวอลเลย์บอล ผลจากการนำเสนอวิธีการเล่นรวมกันในครั้งนี้ เป็นการสร้างแนวทางกติการูปแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อเตรียมบรรจุไว้ในการแข่งขันระดับชาติ ในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 3 โดยมาเลเซียเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในครั้งนี้ (1 ธันวาคม 2023) [2]

ซึ่งกีฬาทั้งสองประเภทนี้ ถึงแม้ว่าจะมีชื่อคล้ายกัน ใช้ลูกตะกร้อเหมือนกัน แต่มีกติกาการเล่นที่แตกต่างกัน ซึ่งเซปักตะกร้อ จะเป็นการแข่งผลัดกันเตะข้ามตาข่าย คล้ายกับกีฬาวอลเลย์บอล เพื่อให้ลูกตะกร้อตกในแดนฝั่งตรงข้าม ส่วนกีฬาตะกร้อลอดห่วง คือการเตะลูกโด่งขึ้นฟ้า เพื่อให้ลูกตะกร้อลอดห่วงที่แขวนเอาไว้ เน้นลีลาท่าทาง
และที่สำคัญ กีฬาตะกร้อลอดห่วง เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่สำคัญของไทย มีต้นกำเนิดในสมัยสุโขทัย มาจากการทำโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ซึ่งในสมัยนั้น จะถูกลงโทษด้วยการจับยัดใส่ลูกตะกร้อขนาดใหญ่ และให้ช้างเตะไปเตะมา ต่อมาจึงได้ประยุกต์ให้เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ (17 เมษายน 2025) [3]
นายยิ้ม สีหน หัวหน้าทีมวัดสิบ เป็นผู้บุกเบิกคิดค้นกติกาวิธีการเล่น โดยเริ่มแรก ลูกตะกร้อทำมาจากหวาย แต่เพราะน้ำหนักที่มากเกินไป มีขนาดแข็ง และรูปทรงบิดเบี้ยวตามสภาพอากาศ จึงได้มีการเปลี่ยนวัสดุเป็นพลาสติก เพื่อให้คงมาตรฐานการแข่งขันเอาไว้ หากใครต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ Sepak Raga Bulatan คือกีฬาอะไร
อย่างที่เราได้นำเสนอเอาไว้ข้างต้นว่า กีฬาประเภทนี้ เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย และถือเป็นศูนย์กลางของกีฬานี้ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากไทยและมาเลเซียแล้ว ยังมีอีกหลายๆ ประเทศ ที่ให้ความสนใจกีฬาประเภทนี้เช่นกัน ได้แก่ ฟิลิปปินส์, เมียนมา, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
กีฬาเซปักตะกร้อ กลายเป็นกีฬายอดฮิต ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีการรายงานว่า รายการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งมีรายการใหญ่ที่สุด ชื่อรายการว่า ISTAF World Sepaktakraw Championship ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีรายการระดับทวีป ซึ่งมีทีมนักกีฬาชาวไทย ได้เข้าร่วมรายการแข่งขันนี้ด้วย เราจะพาไปดูตัวอย่างการแข่งขันระดับนานาชาติ ดังนี้
สรุปได้ว่า นี่ถือเป็นกีฬาพื้นบ้าน ที่ถือกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นการแข่งขันของผู้เล่น 2 ฝั่ง โดยมีลูกตะกร้อเป็นอุปกรณ์หลัก ที่ใช้ในการแข่งขัน และนักกีฬาสามารถใช้เท้า เข่า ไหล่ และหน้าอก ในการรับลูกตะกร้อ หรือเตะลูกตะกร้อ เพื่อให้ตกในแดนฝั่งตรงข้าม ถึงจะได้รับคะแนน
ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใดก็ตาม ล้วนแล้วสร้างผลดี และมีประโยชน์ต่อร่างกายของผู้เล่น และกีฬาเซปักตะกร้อ จะช่วยพัฒนาร่างกายหลายๆ ด้าน ซึ่งจะช่วยเผาผลาญไขมัน เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนขาและลำตัว แถมยังช่วยฝึกสมาธิ ไหวพริบ และสร้างความสนุกสนาน
ปัจจุบันนี้ กีฬาเซปักตะกร้อ ยังไม่ถูกบรรจุไว้ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการพยายามผลักดัน และขยายฐานความนิยมไปทั่วโลก เพื่อให้ครบตามเงื่อนไข ที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากลกำหนดไว้ เช่น การเพิ่มจำนวนประเทศที่เล่นกีฬาประเภทนี้ ให้ถึงเป้าหมาย 75 ประเทศทั่วโลก

